ท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ (18) “ อวสาน? ส.ส.พึงมี ”

ถึงเครือข่ายผู้นำองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคมและเครือข่ายท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ ทุกจังหวัด.

ท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ (18) “ อวสาน? ส.ส.พึงมี ”

“ส.ส.พึงมี” คือ จำนวน ส.ส. รวมที่แต่ละพรรคการเมือง (พึง) จะมีได้  เป็นผลลัพธ์จากระบบจัดสรรปันส่วนผสม คิดจากจำนวนคะแนนที่เลือกพรรคนั้น หารด้วยจำนวนบัตรดีทั้งหมดและคูณด้วย 500 ที่นั่ง  เป็นตัวเลขที่สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด  

ผลการพิจารณา(ร่าง)แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวาระ 2  เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม มติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบต่อการแก้ไข ม.83 และ ม.91  กล่าวคือ  1) จำนวน ส.ส.เขต/ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็น 400/100  2) ใช้ระบบบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ แยกจากกัน  3) แบ่งเขตขนาดเล็ก 1 คน / 1 เสียง  

สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นจากเครือข่ายฯและกลุ่มประชาชนที่สนใจ จำนวน 342 คนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเป็นไปตามความต้องการของพรรคใหญ่  ซึ่งคาดว่า ส.ว. คงจะไม่โหวตคว่ำในวาระ 3  จึงเป็นอันถึงบทอวสานของหลักคิด “ส.ส.พึงมี”

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป คือ พรรคจิ๋วและพรรคเล็กหมดสิทธิ์เกิด มีแนวโน้มสูญพันธุ์  ในสภาผู้แทนราษฎรจะเหลือแต่พรรคขนาดกลางและขนาดใหญ่  ดังนั้น ใครที่กำลังคิดจะตั้งพรรคใหม่จึงต้องใคร่ครวญอย่างหนัก  นอกจากนั้น การเลือกตั้ง ส.ส.เขต ในครั้งต่อไป ระบบเขตเล็กกว่าเดิม จึงคาดได้ว่าการใช้เงินทุ่มซื้อเสียงจะยิ่งแข่งขันรุนแรงหนักขึ้นกว่าเก่า

มีบทเรียนรู้และข้อเท็จจริงบางประการ ที่ควรบันทึกในความทรงจำ ดังนี้ 

1) กรณีสัดส่วน ส.ส.เขต / ส.ส.บัญชี 

เรื่องนี้มีพัฒนาการ จาก 400/100 (รธน.2540)  มาเป็น 375/125 (รธน.2550) และเป็น 350/150 (รธน.2560)  ด้วยหลักการและเหตุผลว่า ต้องการให้ ส.ส. ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติในระดับชาติ มากกว่าการดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชน ซึ่งเป็นงานที่มีองค์กรปกครองท้องถิ่นดูแลอยู่แล้ว  จึงมีทิศทางแนวโน้มที่จะเพิ่ม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และลด ส.ส.เขต ลงเรื่อยๆ  แต่คราวนี้ กลับถอยหลังไปถึง 24  ปี

2) กรณีระบบบัตรเลือกตั้ง

2.1) บัตร 1 ใบ 2 ระบบ (MMA)    ใช้ในการเลือกตั้ง 2562  ข้อดี ทำให้พรรคทางเลือกพรรคเล็กพรรคน้อยมีสิทธิ์แจ้งเกิด  แต่ข้อเสีย ทำให้มีพรรคจำนวนมากเกินไป ประกอบกับขาดนักคณิตศาสตร์ช่วยทำให้ชัดเจนแน่นอน  ปฏิบัติง่ายและประชาชนเข้าใจได้

2.2) บัตร 2 ใบ 2 ระบบแยกกัน (MMM)   เป็นแบบดั้งเดิมตั้งแต่ 2540 และ 2550   ข้อดี คือ ประชาชนคุ้นเคย เข้าใจง่าย แต่ข้อเสียคือ ไม่สะท้อนความต้องการได้เท่าที่ควร

2.3) บัตร 2 ใบ 2 ระบบแบบปันส่วนผสม (MMP)  เป็นรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยได้ใช้  เป็นรูปแบบที่ (ร่าง)รธน.ฉบับ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกแบบไว้  ข้อดี สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด  ส่วนข้อเสีย เป็นเพียงแนวคิดทฤษฎี ยังไม่เคยได้ใช้จริง

3) กรณีขนาดของเขตเลือกตั้ง  

เขตเล็ก 1 เขต ส.ส. 1 คน เป็นรูปแบบที่ใช้มาตั้งแต่ รธน. 2540 จนถึงปัจจุบัน  ข้อดีคือ ใช้กันมานานจนคุ้นชิน  ข้อเสียคือ เขตยิ่งเล็ก การซื้อเสียงยิ่งสู้กันหนัก

ระบบเขตใหญ่ 1 เขต ส.ส. 2-3 คน  อันนี้ สว.เสรี สุวรรณภานนท์ สงวนคำแปรญัตติด้วยตัวเอง  ท่านเชื่อว่าจะสามารถลดความรุนแรงในการใช้เงินซื้อเสียงได้ เพราะเคยใช้กันมานาน  เพิ่งเปลี่ยนในยุค รธน.2540 จนเกิดปัญหาซื้อเสียงหนักหนาสาหัสแบบทุกวันนี้

4) มองไปข้างหน้า  

ผู้ใดสนใจลงสมัคร ส.ส. ต้องเตรียมรับมือการใช้เงินซื้อเสียงที่รุนแรงกว่าเดิม  ใครคิดจะตั้งพรรคการเมือง ก็ต้องมั่นใจว่าสามารถแจ้งเกิดเป็นพรรคขนาดกลางหรือขนาดใหญ่  นักการเมืองควรต้องมองหาพรรคการเมืองขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ที่มีอุดมการณ์แนวคิดใกล้เคียง  การเลือกตั้งครั้งหน้า เราอยากเห็น 2-3 พรรคการเมืองในวิถีใหม่ รวมกันเป็นพันธมิตร เพื่อสร้างสรรค์รัฐสภาวิถีใหม่

นายแพทย์พลเดช  ปิ่นประทีป      

สมาชิกวุฒิสภา /  28 สิงหาคม 2564.