ยากจน

การลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ทิพย์พาพร ตันติสุนทร *เคยนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการการปัญหาความยากจนฯ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ (ส.ว.) หมายเลข 311 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา




รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 73) “กองทุนสนับสนุนการเอาชนะความยากจนแบบพุ่งเป้า”

คณะทำงานมีข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและโครงการเอาชนะความยากจนแบบพุ่งเป้าอย่างเป็นระบบ โดยสามารถประสานงานภาคีเครือข่ายจิตอาสาและบริหารจัดการทุนทางสังคมจากทุกภาคส่วนทั่วประเทศ


รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 71) “นำพาครัวเรือนยากลำบากให้หลุดพ้น”

เป้าหมาย พุ่งเป้านำพาครัวเรือนยากจนและถูกทอดทิ้งในทุกจังหวัดทั่วประเทศก้าวพ้นความยากจน. มีหลักประกันในด้านปัจจัยสี่ พลังงานไฟฟ้าและน้ำสะอาด. เข้าถึงสวัสดิการรัฐและสวัสดิการชุมชน. มีกัลยาณมิตรและชุมชนเข้มแข็ง.



รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 69) “แก้ยากจนแบบพุ่งเป้า ด้วยภูมิปัญญาไทย”

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศจีนที่เพิ่งประกาศความสำเร็จในการขจัดความยากจนทั่วประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา


รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 68) “ปัจจัยชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะความยากจน”

คณะอนุกรรมาธิการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ได้ประมวลประเด็นที่เป็นเหตุปัจจัยความสำเร็จในการแก้ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำจากหลายกรณีศึกษา รวมทั้งโครงการแก้จนแบบพุ่งเป้าของประเทศจีนและนโยบายแก้ปัญหาความยากจนของประเทศอินเดีย สรุปประเด็นที่หนุนเสริมความสำเร็จรวม 25 ปัจจัย  ดังนี้



รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 31) “ต้นแบบแก้จน ที่แม่ฮ่องสอน”

เมื่อปี 2559 ในขณะที่ข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนมากที่สุดของประเทศไทย โดยมีสัดส่วนร้อยละ 39.21


รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 30) “แก้ความยากจนในชุมชน จาก 9 กรณีศึกษา”

กรณีศึกษาการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของการหารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อเปรียบเทียบกับกรณีศึกษาจากจีนและอินเดีย


รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 27) “จากจีน-อินเดีย หันมาแก้จนในคนไทย”

“จิงจุ่น” นโยบายแก้จนแบบตรงจุดของจีน รศ.ดร. Yu Haiqiu ผู้อำนวยการสถาบันไทยศึกษา สถาบันวิจัยสังคมศาสตร์แห่งมณฑลยูนนาน เล่าว่าผู้บริหารและข้าราชการแต่ละคนจับคู่กับครัวเรือนยากจนอย่างน้อยคนละ 2 ครัวเรือนจนกว่าจะแก้ความยากจนสำเร็จ มีการเยี่ยมครอบครัว 4 ครั้งต่อปี ใช้เงินไม่เกิน 2,000 – 3,000 บาท ต้องติดป้ายชื่อ ตำแหน่ง บันทึกภารกิจ หลักฐานการทำงาน การใช้จ่ายและให้ตรวจสอบได้ ตัวสถาบันเองก็จับคู่หมู่บ้านยากจนในเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ประชากร 650 คน…