วิทยุชุมชน ไม่ยอมขึ้นทะเบียนกับกรมประชาสัมพันธ์ และยืนยันว่าต้องไม่มีโฆษณา
วิทยุชุมชนทั่วประเทศกว่า 200 คน ปฏิเสธการอยู่ภายใต้ร่มธงของกรมประชาสัมพันธ์ คัดค้านการขึ้นทะเบียน ไม่สนเส้นตายสิ้นเดือนนี้
วิทยุชุมชนทั่วประเทศกว่า 200 คน ปฏิเสธการอยู่ภายใต้ร่มธงของกรมประชาสัมพันธ์ คัดค้านการขึ้นทะเบียน ไม่สนเส้นตายสิ้นเดือนนี้
…จำนวนเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ จำนวนสมาชิกที่เป็นคนในชุมชน มีความสำคัญกว่าเพราะคือสิ่งชี้ว่าได้รับความสนับสนุนอย่างไรจากชุมชน
“กฎหมายที่มีอยู่เดิม กรมประชาสัมพันธ์ไม่สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ หรือออกใบอนุญาตใหม่ให้กับใครได้…”
วิทยุชุมชนเป็นสมบัติของชุมชนหนึ่งๆ ชุมชนนั้นเป็นเจ้าของร่วมใช้ร่วมรับผิดชอบ ร่วมรับประโยชน์แล้ววิทยุชุมชนต้องยึดหลักว่าคนในชุมชนเป็นได้ทั้งคนพูดและคนฟัง….(ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์)
ว่าที่ กสช. เสนอไอเดียแก้ปัญหาความสับสนของวิทยุชุมชน แบบไม่หักหาญ ด้วยแนวทางสมัครใจ จูงใจ และบังคับด้วยกฎหมายตามลำดับ เรียกร้องกระบวนการสรรหา กสช. ควรจะเดินหน้าต่อให้เร็ว …
เมื่อกระแสประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมและการเมืองภาคพลเมืองในประเทศไทยพัดแรงขึ้น ภายหลังเหตุการณ์ พฤษภาคม 2535 เรื่องสิทธิชุมชนจึงถูกกำหนดขึ้นไว้อย่างเป็นรูปธรรมในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ทั้งในด้านฐานทรัพยากร การทำมาหากิน และการรับรู้ข่าวสาร มาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวได้ระบุชัดเจนว่าคลื่นความถี่เป็นสมบัติสาธารณะและต้องมีการจัดสรรให้ภาคส่วนต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสม ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคม โดยมีองค์กรอิสระขึ้นมาดำเนินการ
ปัญหาที่คุกคามสิทธิการสื่อสารและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน อย่างหนึ่งคือความเป็นอิสระในการรายงานข่าว ซึ่งสื่อมวลชนในประเทศไทยทุกแขนงมีข้อจำกัด ทั้งนี้เนื่องมาจากทุกองค์กรต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของนายทุน และนักการเมือง รวมทั้งอำนาจรัฐ