รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 84) “ก้าวข้ามความแตกแยก ข้อเสนอจากงานวิจัย”

เมื่อกลางปี 2563 คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้จัดตั้งคณะทำงานชุดหนึ่งขึ้นมาทำการศึกษาพิจารณา “โครงการประมวลข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ปรองดองสมานฉันท์”

รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 84) “ก้าวข้ามความแตกแยก ข้อเสนอจากงานวิจัย”

ประเด็นนี้ นอกจากมีสถานการณ์ความขัดแย้งแตกแยกทางสังคมอันเนื่องมาจากการต่อสู้ระหว่างขั้วการเมืองที่เป็นปัญหาเรื้อรังเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2549 แล้ว ยังเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ในประเด็นที่ 2 “กลไกการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีและการรู้รักสามัคคีของสังคมไทย” 

คณะกรรมาธิการฯเห็นพ้องกันว่า เพื่อให้การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความต่อเนื่อง ยั่งยืน และเกิดเสถียรภาพทางการเมือง จึงมีความจำเป็นที่ต้องทำให้ประชาชนมีความรู้รัก-สามัคคี-ปรองดอง  อยู่ร่วมกันโดยสันติ ยอมรับและเคารพในความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันโดยสุจริต

คณะทำงานได้ศึกษาแนวทางการจัดการปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นระดับชาติ โดยทบทวนเอกสารจากกรณีศึกษาและงานวิจัยที่มีผู้ดำเนินการและเสนอรายงานเอาไว้แล้วในรอบ 10 ปี จำนวน 16 ชิ้น  ประกอบด้วย  

  1. Human Right Watch (2554) 6 ข้อ
  2. คณะกรรมาธิการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พลเอกสนธิ บุญยรัตนกลิน (2555) 9 ข้อ  
  3. คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ ศาสตราจารย์คณิต ณ นคร (2555) 18 ข้อ
  4. คณะกรรมการประสานและติดตามคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (2554) 1 ข้อ
  5. ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้รับผลกระทบสลายชุมนุม (2555) 8 ข้อ
  6. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (2556) 8 ข้อ
  7. คณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (2556) 3 ข้อ
  8. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (2558) 6 ข้อ
  9. คณะกรรมาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (2560) 8 ข้อ
  10. สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (2560) 4 ข้อ  
  11. คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (2560) 1 ข้อ
  12. สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า (2553) 3 ข้อ
  13. วันชัย วัฒนศัพท์ (2547) 10 ข้อ
  14. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2553) 4 ข้อ
  15. คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (2552) 6 ข้อ
  16. ชมรมนิติกรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (2563) 6 ข้อ

และประมวลข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งสิ้น 101 ข้อเสนอ 

จากนั้นได้นำข้อมูลจากการประมวลข้อเสนอแนะ วิเคราะห์ จัดกลุ่มตามความสัมพันธ์ และสังเคราะห์ จัดทำเป็นข้อเสนอแนวทางการสร้างความสามัคคีในชาติ ที่เรียกกันว่า “แนวทางสันติสมานฉันท์” มี 8 ประการ โดยแบ่งเป็นมาตรการหลัก 5 ประการแรก และมาตรการเสริม 3 ประการหลัง ดังต่อไปนี้

1. ยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นสำคัญ ให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ห้ามมิให้ฝ่ายใดดึงลงมาใช้เป็นเครื่องมือ

2. พรรคการเมืองต้องประกาศจุดยืนและนโยบายที่เป็นรูปธรรม ที่จะนำพาชาติบ้านเมืองให้ก้าวพ้นปัญหาขัดแย้งเรื้อรัง

3. หยุดใช้สื่อปลุกระดมยั่วยุให้เกลียดชังและใช้ความรุนแรง สื่อมวลชนต้องตรวจสอบและนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน

4. ต้องปกป้องระบบนิติรัฐ บังคับใช้กฎหมาย และอำนวยกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอหน้า เที่ยงธรรม

5. นิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องอย่างมีเงื่อนไข โดยนำหลักยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่านเข้ามาเสริม

6. เยียวยา ฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทุกฝ่าย อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

7. ขับเคลื่อนมาตรการปรองดองเชิงป้องกัน สร้างพื้นที่ปลอดภัยในจังหวัดและหัวเมืองต่างๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถพูดความจริงและนำสู่ความยุติธรรมได้ โดยไม่จำเป็นต้องมุ่งเข้ามาเรียกร้องหาคำตอบกันที่กรุงเทพฯ

8. พัฒนาศักยภาพกลุ่มและเครือข่ายผู้นำ“นักจัดกระบวนการเสวนา”อย่างเพียงพอ เสริมสร้างบุคลิก มีระบบสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ.

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 30 ก.ค. 2564