“เส้นทางประชาคมเมืองขุขันธ์”(15)

บนเส้นทางประชาสังคม ตอนที่ 15 โดย หมอพลเดช

ศรีสะเกษ  มีพื้นที่ 8,839 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยอำเภอ 22 อำเภอ 206 ตำบล 2,557 หมู่บ้าน 1 อบจ. 2 เทศบาลเมือง 34 เทศบาลตำบล และ 192 อบต. ประชากร 1.4 ล้านคน มีองค์กรชุมชน 4,651 องค์กร ชุมชนเข้มแข็ง 41 กรณีศึกษา กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 23 เครือข่าย พบผู้ยากลำบากที่ตกสำรวจ 9,680 คน

ที่พื้นที่แห่งนี้ มีการตั้งถิ่นฐานมาแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ รุ่งเรืองในสมัยอาณาจักรขอม มีปราสาทหินและปรางค์กู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองขุขันธ์ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ย้ายศาลากลางมาตั้งบริเวณกลางเมืองเพื่อความมั่นคง และเปลี่ยนชื่อจังหวัดขุขันธ์มาเป็นศรีสะเกษ 

มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ผามออีแดง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ ปรางค์กู่ ปราสาทสระกำแพงน้อย ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ปราสาทเยอ ปราสาทบ้านปราสาท ปราสาทโดนตวล บึงนกเป็ดน้ำไพรบึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา

คำขวัญประจำจังหวัด : “หลวงพ่อโตคู่บ้าน ถิ่นฐานปราสาทขอม ข้าวหอมกระเทียมดี มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน หลากล้วนวัฒธรรม เลิศล้ำสามัคคี”

นิรันดร์ บัวศิริ

เขาเคยเป็นเด็กเล็กเร่ร่อนมาก่อน อาศัยอยู่แถวปทุมวันในกรุงเทพฯ มีพี่น้องห้าคน พ่อร้อยเอ็ด แม่อยุธยา แยกทางกันตั้งแต่เด็ก พ่อส่งกลับร้อยเอ็ด เรียนหนังสือไปทำกิจกรรมสังคมไป เริ่มเรียนพร้อมน้องตอนอายุ 10 ขวบ จบ ม. 6 ที่โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร เสียสละทุนยากจนให้เพื่อนนักเรียนหญิง เดินทางเข้า กทม. ลงทะเบียนเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไปพบองค์กร “Food for the Hungry International” ทำงานช่วยน้องผู้หิวโหยในพื้นที่จังหวัดชายแดน สมัครงานทำความสะอาดและเดินหนังสือในสำนักงาน 

ต่อมาองค์กรเปลี่ยนแนวทางจากงานบรรเทาทุกข์สู่งานพัฒนาสังคม จึงเริ่มเรียนภาษาอังกฤษวันละ 1 ชั่วโมง ดูแลรักษาความปลอดภัยของสำนักงานตอนเย็น อยู่ที่นั่น 3 ปี ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่สนาม ออกทำงานชุมชน เก็บข้อมูลความต้องการของชุมชน เริ่มที่อำเภอละหานทราย โนนดินแดง ส่งคนที่ถูกกับระเบิดแขนขาขาดไปส่งโรงพยาบาล จนต่อมาได้เป็นหัวหน้าทีมและเป็นผู้จัดการระดับจังหวัดของบุรีรัมย์ รวมทั้งรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์กร 

ประสบการณ์ในองค์กรพัฒนาเอกชนต่างประเทศ ปลูกฝังความเชื่อในเรื่องให้โอกาสแก่คนทำงาน สอนว่าความสามารถไม่เกี่ยวกับจบการศึกษาอะไรมา แต่ขึ้นอยู่กับการทำงานได้สำเร็จ ยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ มีอิสระในการคิดและดำเนินการ เขาถูกส่งไปศึกษาดูงานที่สหรัฐอเมริกา และที่อื่นๆ รวมทั้งกลุ่มประเทศอาเซียน ไปศึกษาตามองค์กรคริสตจักร ได้ทุนพัฒนากลับมาทำงานราว 20 ล้านบาท

กป.อีสานและโครงการ SIF

ทักษะสำคัญที่ได้อีกอย่างหนึ่ง คือการประสานงาน การเจรจา ในกรณีเหตุการณ์เขมรแดงจับฝรั่งเป็นตัวประกัน เรียกเงิน 10 ล้าน เขาเคยร่วมทีมเป็นผู้ช่วยหัวหน้าฝรั่ง ทำการเจรจากับเขมรแดง ต่อรองกันไปมา จนเหลือแค่ปูนซิเมนต์ 100 ถุง

เมื่อองค์กรย้ายฐานกลับไปสหรัฐอเมริกาในปี 2533 งานสุดท้ายอยู่ที่อำเภอภูสิงห์และขุขันธ์ เขาได้รับมอบหมายให้ฝังตัวอยู่ที่ศรีสะเกษ ทิ้งเงินทุนตั้งต้นไว้ให้ 5 ล้านบาท เพื่อเตรียมตัวยืนให้ได้ ในตอนนั้นเอ็นจีโอส่วนใหญ่เป็นพวกสายครู ทำงานเรื่องเด็ก ต่อมาทำงานสมาคมสหพันธ์เกษตรกรเพื่อการพัฒนา งบประมาณอุดหนุนจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่งคนไทยปีละ 10 คนไปดูงานที่เนเธอร์แลนด์

ในยุคกองทุน LDAP และ กป.อพช.ภาคอีสาน ตนไม่ชอบงานร้อน รวมทั้งองค์กรต่างประเทศที่สังกัดก็ไม่ต้องการให้ทำงานร้อน ร่วมทำโครงการ SIF จนกระทั่งมาถึงแผนงานสวัสดิการชุมชนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน งานคุ้มครองผู้บริโภคของกองทุนหลักประกันสุขภาพ 

มี สมหวัง พุ่มไม้, สุพรรณ สาคร, ฐาปนพงศ์ ริมหนองอ่าง และประดิษฐ์ พรหมเสนา เป็นแกนนำ 

ปัจจุบัน นิรันดร์มีธุรกิจส่วนตัวเป็นร้านขายวัสดุการศึกษา ทำงานซีเอสอาร์ร่วมไปด้วย ประเภทรับจ้างทำสนามบาสเกตบอล แถมห้องน้ำ มีเครือข่ายโรงเรียนอยู่ทั้งอำเภอ เคยเป็นนายก อบต. ที่อำเภอภูสิงห์ เป็นประธานสภาองค์กรชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ เคยเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง และเป็นกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการเมือง 

ศปจ.ศรีสะเกษ

การจัดตั้งศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัด (ศปจ.) ให้เป็นกลไกพื้นที่กลางของเครือข่ายองค์กรชุมชน เอ็นจีโอและภาคประชาสังคม โดยมีสมาคมสานพลังอาสาพัฒนาภูสิงห์ เป็นนิติบุคคลรองรับ ช่วยทำให้ได้รับการยอมรับจากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่มากขึ้น ทั้งงานสมัชชาชุมชน สมัชชาสุขภาพ ธรรมนูญสุขภาพตำบล ธรรมนูญพระสงฆ์ 21 ตำบล มีเครือข่ายพระสงฆ์ศรีสะเกษเข้มแข็ง ทำผ้าป่าการศึกษา เจ้าคณะจังหวัดและเจ้าคณะอำเภอออกนำหน้า มูลนิธิหลวงปู่สรวงอำเภอภูสิงห์เป็นฐานสนับสนุนหลัก

ศปจ.ศรีสะเกษ ตั้งออฟฟิศอยู่ที่วัดประตู ตนเองเป็นมัคนายก มีเจ้าคณะจังหวัดสนับสนุน พมจ.ให้ที่ทำงานสำหรับขบวนองค์กรชุมชน  อำเภออุทุมพรพิสัย เมือง กันธารักษ์ ภูสิงห์ ปรางค์กู่ โพธิ์สุวรรณ วังหิน นับเป็นกลุ่มอำเภอที่มีเครือข่ายเข้มแข็ง มีสมาชิกเข้าไปเป็นกรมการจังหวัด 4-5 คน แหล่งทุนหลักในการพัฒนาสังคมได้มาจากองค์กรปกครองท้องถิ่นกับส่วนราชการในจังหวัด คือ พมจ. สำนักงานจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด ส่วนจาก สสส. พอช.และองค์การมหาชน เป็นเพียงตัวเสริม 

มองไปข้างหน้า เขาให้ความสำคัญ 3 เรื่อง หนึ่ง งานทางความคิดไปสู่จังหวัดจัดการตนเอง สอง ใช้ยุทธศาสตร์คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮงเป็นหลัก สาม เชื่อมพลังกลุ่มคลังปัญญาจังหวัด เน้นคนหลากหลายและคนรุ่นใหม่.

…………………………………….

“However beautiful the strategy, you should occasionally look at the results.” Winston Churchill.

ไม่ว่ากลยุทธ์จะสวยงามเพียงใด คุณก็ควรตรวจสอบผลลัพธ์เป็นระยะ.

…………………………………..