บนเส้นทางประชาสังคมตอนที่ 16 โดย หมอพลเดช
“ประชาคมลำปาง บนเส้นทางแม่หญิงท้องถิ่น”

“ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก”
นี่เป็นคำขวัญจังหวัดที่สะท้อนจุดเด่นของลำปางในบริบทปัจจุบัน อันที่จริงเมืองเขลางค์นครแห่งนี้ มีการพบหลักฐานกระดูกของมนุษย์โฮโมอีเรกตัสที่มีอายุราว 500,000 ปี บริเวณลุ่มแม่น้ำวังตอนกลางตามที่เรียก “มนุษย์เกาะคา” ร่วมสมัยกับมนุษย์ปักกิ่งและมนุษย์ชวา อีกทั้งชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์บริเวณประตูผา ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองปัจจุบัน เป็นแหล่งโบราณคดีที่ขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ เครื่องประกอบพิธีศพและภาพเขียนสีเกือบ 2 พันภาพ อายุกว่า 3 พันปี
มาในยุคประวัติศาสตร์ ได้มีอารยธรรมทางทะเลเข้ามาจากละโว้ ก่อตั้งอาณาจักรหริภุญชัย ในพุทธศตวรรษที่ 13 ทำให้ชุมชนในลุ่มน้ำปิงและวังกลายเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 6 ยุคสมัยตามอิทธิพลทางการเมืองการปกครอง ได้แก่ ยุคหริภุญชัย ยุคล้านนา ยุคพม่า ยุคประเทศราช ยุคผนวกรัฐสยาม และยุครางรถไฟไทย
ประชาคมเมืองสูงวัย
จังหวัดลำปาง มีประชากร 742,883 คน แบ่งการปกครองเป็น 13 อำเภอ 100 ตำบล 855 หมู่บ้าน มีองค์กรชุมชน 2,346 องค์กร ชุมชนเข้มแข็ง 46 กรณีศึกษา ผู้นำชุมชน 615 คน กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 450 คน และพบผู้เปราะบาง 7 ประเภท 1,500 คน
ลำปางมีสถิติประชากรสูงวัยมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศมานานกว่า 10 ปี กระทรวง พม.จัดให้มีศูนย์พัฒนาการจัดการสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง (ศพส.) รองรับผู้สูงอายุที่ยากจนขาดที่พึ่งจากพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ โดยส่วนใหญ่เป็นคนลำปาง มีผู้สูงอายุในความดูแลประมาณ 90 คน
คณะทำงานประชาคมลำปาง ประกอบด้วยผู้ปฏิบัติงานแกนกลางประมาณ 20 คน มีครบทุกสายอาชีพ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเกษียณ คหบดีสูงวัย และผู้ทรงคุณวุฒิ มีฐานะมั่นคงและจิตอาสา มีความสุขในการให้และทำงานส่วนร่วม
อาทิ สยมพร ศิรินาวิน (สมัชชาสุขภาพ), บุญรัตน์ โรจนศักดิ์ (พลเมืองอาวุโส), ศิริพร ปัญญาเสน(โหนด สสส.), สุรางค์ สอนรักษ์, ศรีวรรณ ศักดิ์ศรุตานนท์, ศรีใส พรหมชาติ (วงดนตรี ผส.เพลินเพลงเก่า), ประสงค์ แสงแก้ว, อรรณพ วงศ์วิชัย, สันดุสิต ดีบุกคำ (มูลนิธิชุมชนลำปาง), ศรีสะเกษ สมาน (สภาเกษตรกร), กฤษดา เขียวสนุก (กาดนั่งก้อม) ผ่องศรี ช่อเรืองศักดิ์ ศรีรัตน์ เขียวงาม (ศปจ.) ฯลฯ
ในส่วนภาคียุทธศาสตร์ กำลังคนมาจากหน่วยงานสนับสนุนภาครัฐ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ อุทยาน สถาบันการศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต ส่วนวงนอกสุดเป็นกลุ่มผู้นำชุมชนที่มีจำนวนมากและหลากหลายไปตามประเด็น
มีตลาดนัดและตลาดถนนคนเดินเป็นพื้นที่สาธารณะอยู่ตามมุมเมือง เป็นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน สวนสุขภาพ และสถานที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่ครบวงจร เช่นที่กาดนั่งก้อม มีกิจกรรมดนตรีเปิดหมวกของวงดนตรีเพลินเพลงเก่าโดยกลุ่มสี่สาวสูงวัย ทำกิจกรรมเปิดหมวกร้องเพลงการกุศลทุกเช้าวันอาทิตย์โดยไม่หักค่าใช้จ่าย มอบผ้าอ้อม นมกล่อง ไข่ไก่ และสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นแก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และคนยากจนตำบลต่างๆ
จากเอ็นจีโอสู่ผู้นำท้องถิ่น
ศิริพร ปัญญาเสน ผู้ประสานงานหลักของศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัดลำปาง (ศปจ.) เริ่มต้นทำงานพัฒนาสังคม เป็นเอ็นจีโออยู่ในทีม กป.อพช.ภาคเหนือ สมาคมส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ และกลุ่มอาสาสมัครกฎหมายเพื่อผู้หญิง ทำให้เป็นคนกล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ จนเกิดความมั่นใจว่าผู้หญิงทำประเด็นการมีส่วนร่วมได้ดีไม่แพ้ชาย ญาติพี่น้องคัดค้าน ต้องฝ่าด่านวัฒนธรรมเอ็นจีโอสายแข็งและภาวะเลือกปฏิบัติต่อผู้นำสตรี
เมื่อคราวพ่อล้มป่วย เธอทำงานช่วยเหลือครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก เพื่อให้พี่ชายและน้องๆได้รับการศึกษา ตัวเองเรียน กศน.ยาวนานกว่า 20 ปี มุมานะเรียนต่อปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางและจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ตลอดการทำงาน 6 ปี ในสมัยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสารวัตรกำนัน ได้นำทักษะการทำงานแบบเอ็นจีโอมาใช้ แต่ไม่ชอบตำหนิใคร ต่อมาได้รับเลือกเป็นนายก อบต. พิชัย อยู่ในตำแหน่งต่อเนื่อง 4 สมัย รวม 16 ปี หลังหมดวาระก็ยังคงมีแผนงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัลดีเด่นระดับชาติมากมาย ทั้งในเรื่องสิทธิเด็ก เรื่องยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีฯ เรื่องต่อต้านกระบวนการค้ามนุษย์ เรื่องสวัสดิการสังคม และยาเสพติด
ด้วยสถานภาพของนายก อบต. เธอแสวงหาแหล่งทุนพัฒนาจากองค์กรยูเอ็นดีพี ยูนิเฟรม ยูนิเซฟ ทั้งยังร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า เป็นวิทยากรกระบวนการผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ 2540 บทบาทผู้หญิงกับการเมืองท้องถิ่น จนได้รางวัลผู้หญิงเก่งสาขาผู้บริหารสตรีท้องถิ่นดีเด่น และรางวัลคนดีศรีลำปาง
สู่งานสังคมเข้มแข็ง
เมื่อพ้นตำแหน่งนายก อบต. เธอยังคงทำงานในตำแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมการพัฒนาสตรีและเยาวชนลำปาง เป็นงานประชาสังคมอย่างเต็มตัว ร่วมทำโครงการของหน่วยราชการมากมาย เน้นกระบวนการมีส่วนร่วม และร่วมเป็นกลไกส่วนหนึ่งของสมัชชาสุขภาพจังหวัดเรื่อยมา บุกเบิกงานจิตอาสา และสำรวจภัยพิบัติธรรมชาติและกลุ่มผู้เปราะบาง
ปัจจุบัน ศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัด (ศปจ.) และอำเภอ (ศปอ.) ทั้ง 13 อำเภอ ได้กลายเป็นพื้นที่กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นฐานข้อมูลและจุดประสานงานที่ภาครัฐ เอกชน เอ็นจีโอ และองค์กรชุมชนท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งยังรับภารกิจเป็นหน่วยจัดการจังหวัดระดับที่มีจุดเน้นสำคัญของ สสส. (Flagship) ขับเคลื่อน 3 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ หมอกควัน-ไฟป่า-ชุมชนลดการเผา, ผู้สูงอายุสุขภาพดี, และป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน
ในอนาคตเธออยากให้เกิดแผนร่วมทุนระหว่าง สสส. กับหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา อปท. ภาคธุรกิจหอการค้า-สภาอุตสาหกรรม โดยมีภาคประชาสังคมเป็นตัวเชื่อมในการใช้แผนยุทธศาสตร์จังหวัดเป็นกรอบการทำงานและรับผิดชอบตัวชี้วัดผลลัพธ์ร่วมกัน.
…………………………………
“A goal without a plan is just a wish.”
Antoine Exupéry.
เป้าหมายที่ไร้แผน ก็เป็นเพียงความปรารถนาที่เลื่อนลอย.
………………………………
