บนเส้นทางประชาสังคม (017)

บนเส้นทางประชาสังคมตอนที่ 17 โดย หมอพลเดช

“ประชาคมอ่างทอง ในบริบทการเมืองขั้วเดี่ยว”

เมืองอ่างทองทัศนะของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ .. “ดูเหมือนจะตั้งเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวร เดิมชื่อเมืองว่า ‘วิเศษไชยชาญ’ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อยที่ลงมาจากนครสวรรค์ อยู่มาแม่น้ำน้อยตื้นเขิน ฤดูแล้งใช้เรือไม่สะดวก ย้ายเมืองออกมาตั้งริมแม่น้ำพระยาที่บ้านอ่างทอง จึงเปลี่ยนชื่อเป็น ‘เมืองอ่างทอง’ ”

ลักษณะคูเมืองที่บ้านคูเมือง อำเภอแสวงหา สันนิษฐานได้ว่าเป็นเมืองโบราณสมัยทวาราวดี อายุ 1,000 ปี ส่วนลักษณะของพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ เช่น พระพุทธไสยาสน์วัดขุนอินทประมูล  และพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกวรวิหาร เป็นหลักฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากยุคสุโขทัย

สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น สมเด็จพระนเรศวรและพระเอกาทศรถยกกองทัพไปรบกับพระยาพะสิมที่เมืองสุพรรณบุรี เสด็จโดยทางเรือจากกรุงศรีอยุธยา ไปทำพิธีเหยียบชิงชัยภูมิตัดไม้ข่มนามที่ตำบลลุมพลี ประทับชุมพลที่แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ

ปัจจุบัน แบ่งการปกครองออกออกเป็น 7 อำเภอ 73 ตำบล 513 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 65 แห่ง องค์กรชุมชน 983 องค์กร ผู้นำชุมชน 600 คน ชุมชนเข้มแข็ง 3 กรณีศึกษา กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 73 เครือข่าย และพบผู้ยากลำบากที่ตกสำรวจ 730 คน 

มีขนาดประชากรที่ลดลงอย่างชัดเจน จาก 283,732 คน (ปี 2556) ลดลงเหลือ 270,726 คน (ปี 2566)

เส้นทางพลเมืองอ่างทอง

คำขวัญประจำจังหวัด : พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน

งานประชาสังคมของจังหวัดอ่างทอง ขับเคลื่อนส่งทอดต่อกันมาโดยผู้นำหลายรุ่น นับตั้งแต่ยุคกองทุน SIF, งานชุมชนเข้มแข็ง, พัฒนาคุณภาพชีวิต, เครือข่ายสมาคมผู้พิการ, กลุ่มจิตอาสา และประชารัฐจังหวัด มีแกนนำสำคัญ อาทิ คุณธงชัย กันพันธุ์ (ผู้ล่วงลับ), กำนันสุรินทร์ นิลเลิศ (บางเจ้าฉ่า), คุณเพียงทิพย์ จันทร์มณี (อสม.) คุณดำรงไชย ภู่สุวรรณ์ (สมาคมคนพิการ) 

อ่างทองเป็นจังหวัดขนาดเล็ก ประชากรเป็นลำดับที่ 70 ความหนาแน่นลำดับที่ 12 ของประเทศ อยู่ในบรรยากาศของการเมืองขั้วเดี่ยวมายาวนาน ด้านหนึ่งทำให้มีความสงบ สังคมไม่แตกแยก พัฒนาท้องถิ่นไปตามวิถี แต่อีกด้านหนึ่งขาดโอกาสในการแข่งขันทำความดี 

มีผู้นำ นักการเมือง นักวิชาการ ศิลปินนักแสดง และนักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับชาติเป็นจำนวนมาก ท่านเหล่านี้ล้วนเป็นฐานทุนทางสังคมวัฒนธรรมที่สำคัญสำหรับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม อาทิ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, วิโรจน์ เปาอินทร์, สุภา ศิริมานนท์, ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์, บัวผัน จันทร์ศรี, บุญมา สุดสุวรรณ, บุญเลิศ นาจพินิจ, ไชยา มิตรชัย, ลิขิต เอกมงคล, สิวะ แตรสังข์, โก๊ะตี๋, โย่งอาร์มแชร์, จ๊ะอาร์สยาม, ปลื้มจิตร์ ถิ่นขาว ฯลฯ

เส้นทาง อสม.แม่เลี้ยงเดี่ยว

เพียงทิพย์ จันทร์มณี   คุณนก เธอเป็นเยาวชนสตรีอาสามาตั้งแต่อายุ 18 ปี  เป็น อสม.แม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นรองประธาน อสม.จังหวัด ทำนโยบายส่งเสริมบทบาทนักการเมืองสตรี พัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาความยากจน ทำเรื่องหลักประกันสุขภาพทุกกลุ่มวัย ฝึกอาชีพร่วมกับ กศน. ได้รับเลือกเป็นสารวัตรกำนัน ทำหน้าที่จนเกษียณ 

เธอสะท้อนว่า ชุมชนเปลี่ยนจากเดิมไปเยอะมาก จิตอาสาและการเสียสละหดหาย แม้การประชุมกันในหมู่บ้าน ชาวบ้านก็ยังถามหาค่าเบี้ยประชุม คนในชุมชนไม่รักกันเหมือนแต่ก่อน ระบบโรงเรียนเสื่อมถอย พ่อแม่เกี่ยงให้เป็นภาระของครู เด็กไม่ค่อยมีสัมมาคารวะ ขาดครอบครัวดูแลรับผิดชอบ มีเซ็กส์ก่อนวัยโดยไม่รู้สึกเป็นความผิด เข้าถึงคลิปโป๊ได้ง่ายที่สุด เกิดปัญหาท้องวัยใสและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ทำงานยาเสพติดมา 20 ปี ทำได้สำเร็จเพียงกรณีเดียว รายนั้นเกิดสำนึกว่าตนเองถูกสังคมด้อยค่า ดูหมิ่นเหยียดหยาม จึงเลิกยาเสพติดได้ด้วยตัวเอง งบประมาณต่อต้านยาเสพติดมีแต่ละลายหายไป ปัจจุบันปัญหาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าน่าเป็นห่วงที่สุด

ระบบการเลือกตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านบิดเบี้ยวไปมาก การซื้อผู้ใหญ่บ้านเพียงแค่ 3-4 คน ก็สามารถเป็นกำนันได้ คนหนุ่มสาวอยากเข้ามาเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนันกันมากขึ้น จึงไม่ได้ผู้นำตามธรรมชาติแบบแต่ก่อน

อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า โอกาสในการเรียนรู้ในปัจจุบันดีขึ้น การเข้าถึงกองทุนและแหล่งเงินทุนดีขึ้น มีกองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาสตรี มีทักษะและเทคโนโลยีทำเกษตรใหม่ๆ รวมทั้งศาสตร์พระราชาและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เส้นทางกลุ่มคนพิการ

ดำรงไชย ภู่สุวรรณ์  เริ่มทำงานพัฒนาคนพิการมาตั้งแต่ครั้งมี พรบ.ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี 2534  เขาร่วมก่อตั้งชมรมผู้พิการ ต่อมาจดทะเบียนเป็นสมาคม เสนอแก้ไขเพิ่มเติม พรบ. เปลี่ยนคอนเซปต์ของกฎหมาย “จากการสงเคราะห์เป็นการส่งเสริมสิทธิ” จนได้ พรบ.ใหม่ ในยุครัฐบาลขิงแก่

สมาคมคนพิการจังหวัดอ่างทอง ขอใช้พื้นที่และอาคารของโรงเรียน สพฐ. ที่ถูกยุบ ทำเป็นสำนักงานที่ทำการ ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่ประสานงานกลางสำหรับเครือข่าย ภาคเอกชนสนับสนุนงบรีโนเวท มีหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมมาใช้พื้นที่ทำกิจกรรมไม่ได้ขาด

พวกเขามองไปในอนาคต เห็นว่าการทำงานต้องยึดพื้นที่เป็นหลัก จังหวัดอ่างทองต้องชูประเด็นเรื่องการถอดบทเรียนการจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมบ่อยและท่วมรุนแรง, เรื่องธรรมนูญผู้สูงอายุโดยท้องถิ่น  และเรื่องประสิทธิภาพการบริหารกองทุนคนพิการที่ในขณะนี้มีเงินล้น แต่ใช้ยากมาก.

……………………………………………………

“Dignity does not consist in possessing honors, but in the consciousness that we deserve them.”  Aristotle.
ศักดิ์ศรีไม่ได้อยู่ที่การครอบครองเกียรติยศ แต่อยู่ที่จิตสำนึกว่าเราสมควรได้รับมัน.

…………………………………………………………..