บนเส้นทางประชาสังคมจังหวัด ตอนที่ 3 โดย หมอพลเดช
กระบี่ จังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งหนึ่งของภาคใต้ มีแหล่งท่องเที่ยวที่ลือชื่อร่วม 100 แห่ง ทั้งหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการัง ถ้ำ หมู่เกาะน้อยใหญ่ 154 เกาะ และที่ตั้งเรือนรับรองที่ประทับแหลมหางนาค
มีเนื้อที่ 4,708 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยภูเขา ที่ดอน ที่ราบ หมู่เกาะน้อยใหญ่ อุดมไปด้วยป่าชายเลน ตัวเมืองกระบี่มีแม่น้ำยาวประมาณ 5 กิโลเมตรไหลผ่านลงสู่ช่องแคบมะละกา มีคลองปกาสัย คลองกระบี่ใหญ่ และคลองกระบี่น้อย ต้นกำเนิดมาจากยอดเขาพนมเบญจา
บริเวณตัวเมืองกระบี่ เคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ ในยุคอาณาจักรนครศรีธรรมราชเป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่ชื่อ บันไทยสมอ เคยเป็นที่ตั้งเพนียดคล้องช้างในสมัย ร.2 ทำให้ผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานกันมากขึ้น จนกลายเป็นชุมชนใหญ่
ต่อมายกฐานะเป็น แขวงเมืองกาสัย หรือ ปกาสัย ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช ประมาณปี พ.ศ. 2415 ในสมัย ร.5 โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองปกาสัย พระราชทานนามว่า เมืองกระบี่ ปัจจุบันแบ่งการปกครองเป็น 8 อำเภอ 53 ตำบล 389 หมู่บ้าน 1 เทศบาลเมือง ประชากร 483,000 คน

ประชาคมกระบี่
ในปี 2561 จังหวัดกระบี่ มีองค์กรชุมชน 974 แห่ง มีชุมชนเข้มแข็ง 23 กรณีศึกษา ผู้นำชุมชน 600 คน กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 24 เครือข่าย กองทุนสวัสดิการชุมชน 57 กองทุน สำรวจพบและช่วยเหลือผู้ยากลำบากที่ถูกทอดทิ้ง 363 คน
สำหรับเส้นทางการขับเคลื่อนงานของประชาคมจังหวัดกระบี่ มีศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัด (ศปจ.กระบี่) เป็นกลไกพื้นที่กลาง สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสานงาน มีสมาคมสานพลังพัฒนาสังคมสุขภาวะจังหวัดกระบี่ เป็นองค์กรนิติบุคคลรองรับการดำเนินงาน
กลุ่มแกนนำประกอบด้วย 8 ผู้ประสานงานหลักของเครือข่าย ได้แก่ ทวีชัย อรุณ เอกณัฏฐ์ อัษฎาวุธ วิกานดา สร้อยสุดา นิตยา และอนุชา
ช่างปะผุ นักประสานงาน
ทวีชัย อ่อนนวล นายกสมาคมฯ และผู้ประสานภาคีการพัฒนาคนสำคัญของจังหวัด เล่าให้ฟังว่า เดิมตนเป็นช่างเชื่อม ทำอาชีพรับจ้างซ่อม ปะผุ เชื่อมตัวถังรถยนต์ ปัจจุบันอายุ 45 ปี เกิดที่เกาะลันตา แต่มาเติบโตข้างนอก
ในปี 2537 เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ปัจจุบันทำงานมาแล้วเกือบ30 ปี เคยได้รับรางวัล อสม. ดีเด่นอันดับหนึ่งของภาคใต้ในปี 2549 ปัจจุบันเป็นนายกสมาคม อสม.กระบี่ ซึ่งมีสมาชิก อสม. ทั้งจังหวัด รวม 7,800 คน ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มแข็ง ปี 2540-2544 เขาเคยเข้าสู่การเมืองท้องถิ่น มีตำแหน่งเป็นประธานสภา อบต. ทั้งยังเป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนประจำตำบลเกาะกลาง อยู่ 22 ปี
นอกจากนั้น ยังได้รับเลือกให้เป็นประธานหอกระจายข่าวเสียงตามสายของจังหวัดกระบี่ โดยสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย(สวท.กระบี่) ให้เวลาจัดรายการ “ชุมชนคนกระบี่ ชวนคิดชวนคุย” ทางสถานีวิทยุของทางราชการเป็นประจำ ทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 พวกเขาออกตัวว่าเป็นกลุ่มวิทยุชุมชนแบบดั้งเดิมที่ยึดหลักการ “ไม่มีสปอนเซอร์”
เมื่อมี พรบ.สภาองค์กรชุมชน ในปี 2551 เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนของจังหวัดกระบี่ เป็นต่อเนื่องมาโดยตลอด เป็นตัวแทนทำงานร่วมกับทางราชการทุกหน่วยงาน รวมทั้งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินของจังหวัด
ปี 2562 เขาได้รับรางวัล “คนดีแทนคุณแผ่นดิน” จากเครือหนังสือพิมพ์และสื่อเนชั่น เดินทางไปรับรางวัลที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และปีต่อมาได้รับรางวัล “คุณธรรมอะวอร์ด” จากกระทรวงวัฒนธรรม
บูรณาการงานสมัชชา
ปัจจุบัน ในขบวนการปฏิรูประบบสุขภาพ กระบี่ไม่มีสถาบันวิชาการ ไม่มีวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยมาสนับสนุน จึงต้องอาศัย ศปจ. เป็นหน่วยจัดการชุมชน หรือ “node ประสานงาน” ของกองทุน สสส. ล่าสุดได้รับมอบหมายให้บริหารทุนสนับสนุนโครงการสุขภาวะชุมชนจำนวน 30 โครงการต่อปี ในวงเงิน 3.0 ล้านบาท มีสต้าฟ 12 คน ทำงานร่วมกันไปกับการขับเคลื่อนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนของ พอช.
ทางด้านงานประสานภาคธุรกิจเอกชน เขาเป็นสมาชิกกลุ่มคลังสมองจังหวัด เป็นกรรมการสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ และเป็นที่ปรึกษายุทธศาสตร์จังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัด
ในด้านประสานกับภาคนโยบาย เขาเป็นรองประธานคณะทำงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ ที่มีนายแพทย์สุเทพ ภูเก้าล้วนเป็นประธาน ได้จัดทำธรรมนูญสุขภาพตำบลไปแล้ว 9 แห่ง มีข้อเสนอนโยบายของสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ ในประเด็นพลังของผู้สูงอายุ ประเด็นมหัศจรรย์ 1,500 วันแรกของชีวิต และประเด็นการจัดสวัสดิการสังคมถ้วนหน้า
นอกจากนั้น ศปจ. ยังมีกิจกรรมร่วมกับสมัชชาวัฒนธรรมจังหวัด งานสวัสดิการ 5กองทุนพัฒนาสังคมของกระทรวง พม. งานรับรองจดแจ้งองค์กรสาธารณะประโยชน์ของกระบี่ งานสนับสนุนกองทุนสวัสดิการจังหวัด และงานสภาองค์กรชุมชนของ พอช.
เขาเปิดบ้านพักส่วนตัวบนเกาะลันตา ให้เครือข่ายได้เป็นใช้สำนักงาน เปิดเพจออนไลน์ทำงานสื่อสาร 3 ช่องทาง มีทีมงานคนรุ่นใหม่มารับผิดชอบดูแล
มองไปข้างหน้า
เมื่อขอให้มองไปข้างหน้า เขาบอกอย่างชัดเจนว่า “ไม่สามารถคาดหวังอะไรได้จากภาครัฐ” เพราะกรอบการทำงานงานของหน่วยงานรัฐนั้นหยุมหยิมมากเกินไป ต้องอาศัยทำงานกับหน่วยงานแบบ พอช. และกลุ่มองค์การมหาชนมาช่วยเติมเต็ม
โดยส่วนตัวเขาไม่ชอบงานที่ยุ่งเกี่ยวการเมือง อยากมุ่งสร้างฐานล่างให้แข็งแรง โดยเฉพาะที่เกาะลันตา อันเป็นบ้านเกิด.
“It is during our darkest moments that we must focus to see the light.”
Aristotle.
ในยามมืดมิดที่สุดนั่นแหละ ที่เราต้องมุ่งมั่นมองหาแสงสว่าง.
24 มี.ค. 2568
