สุขสันติปัตตานี ด้วยวิถีกัลยา (04)

บนเส้นทางประชาสังคมจังหวัด ตอนที่ 4 โดย หมอพลเดช

ปัตตานี เดิมเป็นเมืองพุทธศาสนานิกายมหายาน จากหลักฐานทางโบราณคดีพบร่องรอยของชุมชนโบราณที่อำเภอยะรัง มีความเจริญในช่วง พ.ศ. 700 – 1400 มีเมืองโบราณซ้อนทับกันอยู่ 3 เมือง

ตั้งแต่บริเวณบ้านวัดที่เก่าแก่ที่สุด บ้านจาเละ และบ้านประแว มีโบราณสถานกว่า 40 แห่ง 

พุทธศตวรรษ 18–20 เปลี่ยนไปรับอิทธิพลของศาสนาอิสลาม ย้ายเมืองไปที่บ้านกรือเซะหรือหมู่บ้านปะตะนี ใกล้ชายทะเลและปากแม่น้ำ มีประชากรต่างชาติต่างภาษาอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนจีน จนกลายมาเป็นชุมชนใหญ่แห่งหนึ่ง 

พ.ศ. 2116 – 2163 กลุ่มโจรสลัดจากฝู่เจียน นําโดยหลิน เต้า-เฉียน หนีการปราบปรามของราชวงศ์หมิง มายึดเมืองปัตตานีเอาไว้ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง จนเป็นที่มาของตํานาน เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และ ปืนใหญ่นางพญาตานี

” สุขสันติปัตตานี ด้วยวิถีกัลยา “

จังหวัดปัตตานี 

แบ่งการปกครองแบ่งออกเป็น 12 อำเภอ 115 ตำบล 642 หมู่บ้าน มี  2 เทศบาลเมือง ประชากรรวม 737,000 คน คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม (ร้อยละ 87.57) รองลงมาเป็นศาสนาพุทธ (ร้อยละ 12.41) และอื่น ๆ (ร้อยละ 0.03)

มีสถาบันระดับอุดมศึกษารวม 4 แห่ง มีองค์กรชุมชน 1,502 แห่ง ผู้นำชุมชน 844คน มีชุมชนเข้มแข็งต้นแบบ 40 กรณีศึกษา กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 120 เครือข่าย และสำรวจพบผู้ยากลำบากที่ถูกทอดทิ้ง 1,180 คน

“เมืองงามสามวัฒนธรรม ศูนย์ฮาลาลเลิศล้ำ ชนน้อมนำศรัทธา ถิ่นธรรมชาติงามตา ปัตตานีสันติสุขแดนใต้” เป็นคำขวัญที่บ่งบอกทิศทางการพัฒนาจังหวัดและท้องถิ่นในสถานการณ์ปัจจุบัน

ประชาคมปัตตานี

มีศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัดปัตตานี (ศปจ.) เป็นพื้นที่กลางในการประสานงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเชื่อมโยงเครือข่ายงานพัฒนาสังคมในพื้นที่ มีสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปัตตานีเป็นกลไกนิติบุคคลรองรับ เป็นออฟฟิศของศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด

ศปจ.ปัตตานี สามารถบูรณาการงานพัฒนาสังคมขององค์การมหาชนและหน่วยงานรัฐได้เกือบครบทุกสาขา เช่น โครงการท้องไม่พร้อม รณรงค์งดเหล้า ตำบลสุขภาวะ สร้างสรรค์นวัตกรรม ปัจจัยเสี่ยง สมัชชาสุขภาพ คุ้มครองผู้บริโภค สิทธิ์ผู้ป่วย ชุมชนน่าอยู่ชายแดนใต้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความรอบรู้ทางการเงิน ทำบัญชีรับจ่าย สร้างนิสัยการออม และ เป็น node ประสานงานกองทุน สสส.  

กัลยา เอี่ยวสกุล  คือผู้ประสานงานหลัก เธอออกตัวว่าเติบโตมาจากงานเย็น ประเภทรวมพลังแสงเลเซอร์เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง ที่จริงแล้วงานประชาสังคมที่ปัตตานีทำได้ง่าย มีงบประมาณจากหน่วยงานรัฐค่อนข้างดี 

เธอเป็นสตรีชาวพุทธ มีเชื้อสายเปอร์เซีย ปี 2520 เริ่มเข้ารับราชการครู ต่อมาแต่งงานกับทหารจึงลาออกเพื่อมาดูแลพ่อแม่แทนพี่น้องเจ็ดคน ร่วมทำงานเป็น อสม. เข้าร่วมกลุ่มห้าทหารเสือในยุคก่อตั้งงานสาธารณสุขมูลฐาน เป็นอาสาสมัครแกนนำสตรีของกรมการพัฒนาชุมชน รับผิดชอบ 22 หมู่บ้านของอำเภอแม่ลาน 

เธอทำงานกับชุมชนมุสลิมภาคใต้ได้เป็นอย่างดี ยึดหลักคบคนแบบจริงใจ ทำงานชุมชนมาตั้งแต่โครงการ SIF (ปี 2542) ปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (ปี 2543) กองทุนหมู่บ้าน(ปี 2545) มีเพื่อนร่วมงานสำคัญอีกหลายคน อาทิ บงกช พงศ์พันธุ์ ลม้าย คุณสุ นิตยา และแวรอมลี แวบุละ 

เธอจัดระบบการทำงานเป็นเครือข่ายในรูปแบบประชาสังคม สามารถขยายงานชุมชนสุขภาวะเต็มพื้นที่ จนได้รับรางวัลผลงานดีเด่นจากที่ประชุมใหญ่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในปี 2560

ศปจ.ปัตตานี ได้นำเอามติสมัชชาแห่งชาติในประเด็นความปลอดภัยของระบบรถโรงเรียน มาขับเคลื่อนภาคสนามร่วมกับโรงเรียนอามานะศักดิ์ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขนาดใหญ่ มีนักเรียนประมาณ 2,000 คน ซึ่งกำลังมีปัญหาอยู่พอดี ได้ร่วมกันพัฒนาการบริหารจัดการระบบรถรับส่งนักเรียนจำนวน 54 คัน มีทั้งรถตู้ รถกระบะและรถบัส ให้มีมาตรฐานครบ 9 ข้อ และถือปฏิบัติตามกติกา 22 ข้อ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ 1 ใน 20 โรงเรียนมาตรฐานของกรมขนส่งทางบก รวมทั้งได้รับรางวัลจากกระทรวงสาธารณสุข

ประยูรเดช คณานุรักษ์ ประธานมูลนิธิเทพปูชนียสถาน ผู้ผลักดันโครงการหอนิทรรศน์สานอารยธรรมจังหวัดปัตตานีหรือพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จนได้รับงบประมาณสนันสนุนจาก กระทรวงวัฒนธรรม กลายเป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัด เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนจีนเมืองปัตตานี ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าอัตลักษณ์ของคนในท้องถิ่น หวังจะช่วยบรรเทาปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ด้วยมิติทางวัฒนธรรม

สภาประชาสังคมชายแดนใต้  เป็นกลไกพื้นที่กลางของภาคประชาสังคม เกิดจากการลงขันขององค์กรภาคประชาสังคมและชุมชนท้องถิ่น 35 องค์กร ก่อตั้งเมื่อปี 2554 มีประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ อายุป ปาทาน และลม้าย มานะการ เป็นประธาน ส่งทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน กลุ่มนี้สนใจในเรื่องการเมือง ความมั่นคง และวงพูดคุยสันติภาพ มีศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ดร.นอร์เบิร์ต เป็นผู้นำประเด็น สมาชิกบางส่วนที่ไม่ถนัดเรื่องงานร้อน ต่างทะยอยออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ

มองไปในอนาคต  

กัลยา เห็นว่า เครือข่ายควรแยกย้ายกันไปทำงานตามความสนใจและความเชี่ยวชาญ แต่สามารถกลับมารวมกันได้ทุกเมื่อที่เกิดวิกฤติการณ์ร่วม เธออยากให้เน้นประเด็นสันติสุขที่กินได้ คือเรื่องความมั่นคงทางอาหาร และ ชุมชนเข้มแข็ง-น่าอยู่ยั่งยืน.

“The high-minded man does not bear grudges, for it is not the mark of a great soul to remember injuries, but to forget them.”  

Aristotle.

ผู้มีจิตใจสูงส่งไม่จดจำความแค้น เพราะการจดจำความบาดเจ็บไม่ใช่เครื่องหมายของจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ แต่การลืมมันต่างหากที่เป็น.

31 มี.ค. 2568