บนเส้นทางประชาสังคม ตอนที่ 12 โดย หมอพลเดช
“เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน”
นครราชสีมา นครราชสีห์มา โคราช ปรากฏชื่อครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ตั้งอยู่บริเวณเมืองโบราณเสมา พื้นที่อำเภอสูงเนิน ย้ายมาอยู่พื้นที่ปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ. 2199 – 2231

มีพื้นที่ 20,493.9 ตร.กม. ประชากร 2.620 ล้านคน หลากหลายชาติพันธุ์ กลุ่มใหญ่คือ ไทโคราช และชาวลาว ชาวอีสาน ยังมีชนกลุ่มน้อยได้แก่ มอญ กุย (ส่วย) ชาวบน จีน ไทยวน ญวน และแขก
แบ่งการปกครองออกเป็น 32 อำเภอ 289 ตำบล 3,743 หมู่บ้าน มีจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น 334 แห่ง แบ่งเป็น อบจ. 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 4 แห่ง เทศบาลตำบล 85 แห่ง และ อบต. 243 แห่ง มีนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง โรงงาน 7,513 แห่ง มูลค่าการลงทุน 188,074 ล้านบาท คนงานรวม 129,531 คน
มีองค์กรชุมชน 4,624 องค์กร ชุมชนเข้มแข็ง 43 กรณีศึกษา ผู้นำชุมชน 604 คน กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 49 เครือข่าย เคยสำรวจพบผู้ยากลำบากที่ถูกทอดทิ้ง 3,571 ราย
เส้นทางประชาสังคม
ขบวนประชาคมโคราช เริ่มก่อตัวกันมาตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ปรีชา อุยตระกูล สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ขับเคลื่อนงานองค์กรกลางเลือกตั้ง สมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่ในเวลานั้นเป็นสายข้าราชการครู ทำงานในชื่อของเครือข่ายพีเน็ต อยู่ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิองค์กรกลางและองค์กรกลางเลือกตั้ง ก่อนที่จะมี กกต. ตามรัฐธรรมนูญ 2540
นอกจากนั้น ยังมี เรืองรวี พิชัยกุล ผู้นำนักพัฒนาสตรีชาวโคราช ซึ่งทำงานองค์กรระหว่างประเทศอยู่ที่มูลนิธิเอเชีย เป็นแรงสนับสนุนอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะในประเด็นบทบาทสตรีในระบบการเมืองแบบประชาธิปไตย
สันทนา ธรรมสโรจน์ เข้ามาร่วมงานพีเน็ตจากฐานอำเภอพิมาย ได้มาพบเครือข่ายหลายอำเภอมาทำงานร่วมกัน ในช่วงเดียวกันยังมี วุฒิชัย เอ็นจีโอ กรรมการ SIF, อำนาจ หมายยอดกลาง ปราชญ์ชาวบ้าน, พระอาจารย์เฉลิม หลวงตาแชร์ และแม่จินดา ท่านเหล่านี้คือบรรดาแกนนำประชาสังคมโคราชในรุ่นแรกๆ
ขับเคลื่อนสังคม
ประชาคมโคราชมีผู้นำและกลุ่มแกนนำที่ส่งต่อภารกิจกันมา จากรุ่นเก่า รุ่นกลาง สู่รุ่นใหม่ ทำงานพัฒนาสังคมกันอยู่ในหลายสายหลายขบวน จากกระบวนการแผน 9 มาถึงโครงการกองทุน SIF โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ งานขับเคลื่อนภารกิจสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน งานสภาองค์กรชุมชน โครงการของกองทุน สสส. และภารกิจของศูนย์ข้อมูลท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาที่สร้างสรรค์พัฒนากันมาตั้งแต่ครั้งที่อยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ จนปัจจุบันย้ายที่ทำการมาอยู่รวมกับศูนย์สุขภาพประชาชน อำเภอหนองบุญมาก และศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดนครราชสีมา
ในช่วงปี 2550 เข้าร่วมขับเคลื่อนงานยุทธศาสตร์สังคมของกระทรวง พม. ในช่วงรัฐมนตรีไพบูลย์-พลเดช รวมทั้งงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ งานเครือข่ายสำนักงานปฏิรูป สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เรื่อยมาจนถึงประเด็นวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ภาคประชาสังคม จิตอาสากับการช่วยเหลือผู้ยากลำบาก ที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อครั้ง นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ผู้นำภาคประชาสังคมอีกท่านหนึ่ง ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. พวกเขาได้เข้าไปช่วยกันทำโครงการเวทียุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ถอดบทเรียนการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคม ต่อมาได้ร่วมขับเคลื่อนกลไกคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) รวมทั้งสนับสนุนการจัดตั้ง และบริหารกิจการบริษัทประชารัฐรักสามัคคี จังหวัดนครราชสีมา (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด มีสำนักงานที่ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง
อีกทั้งยังมีงานร่วมกับกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (กสศ.), สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.), พรบ.สภาพัฒนาการเมือง และ พรบ.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งตัวเขาเอง (สันทนา) ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก และกรรมการในรุ่นแรก ๆ เข้าร่วมขบวนการจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนในเชิงอุดมคติขึ้นมาเพื่อทำงานขับเคลื่อนสังคมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แต่ปัจจุบันได้ถูก คสช. สั่งยุบเลิกไปแล้วเมื่อปี 2557 คงเหลืออยู่แต่กลุ่มวิทยุชุมชนแบบธุรกิจ ซึ่งล้วนอยู่ได้ด้วยการโฆษณาหารายได้ทั้งสิ้น
ศปจ.โคราช
ศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัด เป็นพื้นที่กลางสำหรับการประสานงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเครือข่ายองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่ จัดตั้งกันขึ้นมาในปี 2557 ภายใต้โครงการปลุกพลังเปลี่ยนไทย ของ สสส. ร่วมกับสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ต่อด้วยโครงการจิตอาสาประชารัฐของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ค้นหาผู้ยากลำบากที่ถูกทอดทิ้งและตกสำรวจจากภาครัฐ
ปัจจุบัน ศปจ.โคราช ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคมที่หลากหลายในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ งานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, งานอาสาสมัครพัฒนาสังคม (พมจ.), งานสภาองค์กรของผู้บริโภค, งานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, งานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ, งานเครือข่ายรณรงค์งดเหล้าของ สสส. ฯลฯ
มองไปข้างหน้า
สันทนา มองว่า เครือข่ายภาคประชาสังคมควรหันกลับมาโฟกัสงานพัฒนาในเชิงประเด็นรูปธรรม ในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์เล็ก ๆ นั่นคือการบูรณาการงานพัฒนาในระดับอำเภอ สร้างฐานที่มั่นงานพัฒนาสังคมเข้มแข็งของจังหวัด
อย่างเช่น ด่านขุนทด จะทำเรื่องเหมืองแร่โปแตช, ปากช่อง-สีคิ้ว-สูงเนิน-เมือง-หนองบุญมาก-ห้วยแถลง-พิมาย และโนนแดง ขับเคลื่อนงานระบบหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนและการช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส โดยประสานกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และ พมจ.นม. , ปากช่อง-ห้วยแถลง ทำเรื่องธรรมนูญสุขภาพ, พิมาย-โชคชัย-ห้วยแถลง และหนองบุญมาก ขับเคลื่อนงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง , พิมาย-หนองบุญมาก-สูงเนิน-ด่านขุนทด-ปากช่อง-ห้วยแถลง-เมือง-ประทาย-ปักธงชัย และโนนแดง ขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ
นอกจากนั้น ควรต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนากำลังคน สร้างบุคลากรและผู้นำรุ่นใหม่ รวมทั้งพัฒนาองค์ความรู้ เทคนิคกระบวนการ และนวัตกรรมทางสังคม.
…………………………………………..
” ความอิจฉาเป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพ …ความระแวงสงสัยเป็นศัตรูตัวร้ายกาจของความรัก … ความรัก ถ้าปราศจากความซื่อสัตย์จริงใจต่อกันเสียแล้ว ก็ไม่อาจเชื่อถือซึ่งกันและกันได้.”
ซุนยาง.
