บนเส้นทางประชาสังคมตอนที่ (27) โดย หมอพลเดช
” ประชาคมอุบลราชธานี บนเส้นทางเมืองนักปราชญ์ “

“อยากเป็นนักมวยให้ไปอยู่โคราช อยากเป็นนักปราชญ์ให้ไปอยู่อุบล อยากสู้อยากชนให้ไปอยู่ขอนแก่น อยากหอบผ้าแล่นให้ไปอยู่นครพนม อยากชื่นอยากชมให้ไปอยู่กาฬสินธุ์ อยากกินนํ้าตําให้ไปอยู่บุรีรัมย์ อยากตํานํ้ากินให้ไปอยู่สุรินทร์”
ถ้อยคำเปรียบเปรยของชาวบ้านพื้นถิ่น สะท้อนอัตลักษณ์ของภูมิสังคมและภูมิประเทศในจังหวัดภาคอีสาน ที่แฝงด้วยสุขนิยมและทัศนคติเชิงบวก
จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ในบริเวณแอ่งโคราช มีลักษณะภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งที่ราบสูง ภูเขาสลับซับซ้อนทางชายแดนตอนใต้ ทิวเขาบรรทัดและทิวเขาพนมดงรักกั้นประเทศกัมพูชา แม่น้ำโขงกั้นประเทศลาว มีแม่น้ำมูล แม่น้ำชี ลำเซบาย ลำเซบก ลำโดมใหญ่ และลำโดมน้อยเป็นเส้นเลือดใหญ่
ในอดีต เคยเป็นของอาณาจักรพระนคร จนกระทั่งพระเจ้าฟ้างุ้มได้สถาปนาอาณาจักรล้านช้างและล้านช้างจำปาศักดิ์ ในปี พ.ศ. 2314 กลุ่มเจ้าพระวอและท้าวคำผงได้อพยพมาตั้งเมืองใหม่ที่บริเวณดอนมดแดง เกิดน้ำท่วมเกาะจึงย้ายมาที่ปัจจุบัน ตั้งเป็นเมืองอุบลราชธานี ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2335 เคยเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ต่อมาถูกแยกออกเป็นจังหวัดยโสธร ในปี 2515 และอำนาจเจริญ ในปี 2536
อุบลราชธานี มีพื้นที่ 15,774 ตร.กม. ประชากร 1.869 ล้านคน แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ 219 ตำบล 2,704 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 239 แห่ง ( 1 ทน. 5 ทม. 53 ทต. 1 อบจ. และ 179 อบต) มีองค์กรชุมชน 5,910 องค์กร ชุมชนเข้มแข็ง 49 กรณีศึกษา ผู้นำชุมชน 627 คน วิทยากรกระบวนการ 627 คน สำรวจพบผู้ยากลำบาก 2,621 ราย
เส้นทางประชาธิปไตย
ตั้งต้นจากการเคลื่อนไหวประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ และรณรงค์เลือกตั้ง ร่วมกับมูลนิธิองค์กรกลาง มี นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ นิกร วีสเพ็ญ สุรศักดิ์ รอนใหม่ นพ.ดนัย ธีวันดา และประยุทธ์ ชุมนาเสียว เป็นกลุ่มผู้นำ
ต่อมาปี 2542 เข้าร่วมโครงการกองทุน SIF จัดตั้งสถานีวิทยุชุมชน สร้างศูนย์ข่าวประชาสังคม มี สุชัย เจริญมุขยนันท รับผิดชอบ เชี่ยวชาญไอที ทำสื่อภาคธุรกิจ ผลิตวิดีโอสารคดี ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกองทุน สสส.จัดรายการทางเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น ผลิตสื่อป้อนสถานีวิทยุชุมชนและศูนย์ข่าวประชาสังคม ต่อมาแยกไปจัดตั้งเป็นมูลนิธิสื่อสร้างสุข เป็นเจ้าของสื่อโซเชียล Ubon Connect
เส้นทางชีวิตสาธารณะ
คุณจงกลณี ศิริรัตน์ คือผู้ประสานงานหลักในยุคปัจจุบัน ระหว่างปี 2546-2549 เธอเริ่มเข้ามาทำงานในโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ของ LDI (สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา) จับประเด็นสาธารณะเรื่องฟื้นเมืองเก่าอุบล มีศูนย์ข่าวประชาสังคมทำละครหุ่นฮักแพงแปงอุบล เผยแพร่ชีวประวัตินายเลียง ไชยกาล นักการเมืองในตำนาน รวมทั้งเชิดชูเกียรติประวัติของศิลปิน นักปราชญ์ท้องถิ่นท่านอื่น ๆ ทุกสาขา ใช้คลินิกหมอนิรันดร์เป็นศูนย์ประสานงาน
มีขวัญสรวง อติโพธิ และวิลาวัณย์ เอื้อวงศ์กูล จากส่วนกลางลงมาร่วมทำงานด้วยตัวเอง จับประเด็น public space ขับเคลื่อนข้อเสนอสาธารณะจากเวทีชวนพูดชวนคุยของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จนเกิดเป็นโครงการพัฒนาตลาดน้อยและตลาดโต้รุ่งในฝัน สามารถเปลี่ยนสภาพร้านค้าแผงลอยที่ระเกะระกะบนฟุตบาธ จัดระเบียบใหม่ภายใต้โครงการ Clean Food Good Taste ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
อาศัยเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดมาช่วยแก้ปัญหา ศูนย์สื่อประชาสังคมเสริมการขับเคลื่อนข้อมูลและองค์ความรู้ จนเกิดเป็นตลาดในฝันขึ้นทั้ง 2 แห่ง มีกรรมการบริหารตลาดเป็นกลไกรับผิดชอบยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนอีกทางหนึ่ง ทีมงานศูนย์อนามัยสิ่งแวดล้อมเขตได้ขับเคลื่อนเวทีเกษตรอินทรีย์ที่อำเภอน้ำยืน มาบรรจบกันกลายเป็นขบวนปฏิรูปสุขภาพขนาดใหญ่
เส้นทางเอ็นจีโอ
นี่เป็นสายงานร้อน เริ่มจากเอ็นจีโอนำพาชาวบ้านต่อต้านโครงการเขื่อนปากมูล มีข้อจำกัดด้านการทำงานทางวิชาการและงานพัฒนาชุมชนที่ต่อเนื่อง เริ่มจากบ้านผาชัน อำเภอโพธิ์ไทร ขยายไปสู่ปัญหาเขื่อนปากมูล เขื่อนภูงอย และโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เขื่อนสิรินธร
ต่อมาเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในยุคความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเสื้อเหลือง-เสื้อแดง ปี 2553 ม็อบเสื้อแดงถูกปราบปรามในกรุงเทพ กลุ่มเสื้อแดงอุบลบุกเผาศาลากลาง แกนนำถูกจับกุมดำเนินคดีและพิพากษาให้ติดคุกกันเป็นระนาว
นอกจากนั้น ยังมีกรณีนักการเมืองท้องถิ่น ใช้อำนาจบริหารทุบทางเดินเท้าหรือฟุตบาธและตัดต้นไม้ใหญ่ไปทั่วทั้งเมือง ฝ่ายภาคประชาสังคมทนไม่ได้ ลุกขึ้นมาเรียกร้องต่อต้านและฟ้องร้อง จนในที่สุดศาลตัดสินคดีโดยให้ต้องทำฟุตบาธคืน โดยเงินส่วนตัวชดใช้ร่วม 100 ล้านบาท
เส้นทางบูรณาการ
มูลนิธิประชาสังคมจังหวัดอุบลราชธานี กลายเป็นศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัด เป็นกลไกพื้นที่กลาง เชื่อมโยง แลกเปลี่ยนเรียนรู้และบูรณาการงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น มีสมัชชาสุขภาพเป็นเวทีพูดคุยปัญหาสาธารณะกันภายในจังหวัด ใช้กลไกเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) ประสานความร่วมมือข้ามจังหวัด
นอกจากนั้น ยังมีคุณรพินทร์ ยืนยาว เป็นผู้จัดการโครงการ node ให้กับกองทุน สสส. มีเงินทุนสนับสนุนเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรม หนุนวงพูดคุยแลกเปลี่ยน มีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งประเด็น PM 2.5 ประเด็นการเมืองภาคพลเมือง โดยมุ่งเปลี่ยนทัศนคติของฝ่ายราชการ
ปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนธรรมนูญโควิด จัดทำธรรมนูญตำบล 200 แห่ง ขยายไปครอบคลุมทั้ง 25 อำเภอ จนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต้องตั้งฝ่ายงานสาธารณสุขมูลฐาน เพื่อทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม รพ.สต.เรียกร้องสมัชชาสุขภาพให้ช่วยทำธรรมนูญตำบล เพราะได้พบแล้วว่า เป็นเครื่องมือให้ทุกหน่วยงานเข้ามาช่วยทำงานพัฒนาตำบลได้ง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก
มองอนาค
เธออยากเห็น สสส. และแหล่งทุนภาคประชาชนอื่น ๆ จัดสรรงบประมาณสนับสนุนด้านพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการออฟฟิศให้กับองค์กรประชาสังคมในจังหวัด เพื่อให้ทำหน้าที่ประสานบูรณาการหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนงบประมาณดำเนินกิจกรรมนั้น มีอยู่ในหน่วยราชการพื้นที่อย่างเพียงพอแล้ว.
…………………..
“All human actions have one or more of these seven causes: chance, nature, compulsion, habit, reason, passion, and desire.” (Aristotle)
การกระทำทั้งปวงของมนุษย์มีสาเหตุหนึ่งหรือมากกว่า จากเจ็ดสิ่งนี้ : โอกาส ธรรมชาติ การบีบบังคับ นิสัย เหตุผล ความหลงใหล และความปรารถนา.
……………………………………………
