รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 99) “ผลงานวิจัย จากหิ้งสู่ห้าง”

ปัจจัยความสำเร็จในการแก้ปัญหางานวิจัย “ขึ้นหิ้ง” คือความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม 

รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 99) “ผลงานวิจัย จากหิ้งสู่ห้าง”

กรณีโครงการวิจัยขนาดใหญ่ ต้องใช้ทุนเป็นจำนวนมาก อาจต้องการหน่วยงานของรัฐและเงินงบประมาณจากรัฐเข้ามาเสริม

กรณีผู้รับทุนเป็นหน่วยงานของรัฐและนักวิจัยก็เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้ทรัพยากรหรืออุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ของหน่วยงานรัฐที่ตนสังกัดในการทำวิจัยด้วย ต่อไปอาจพ้นสถานภาพเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จึงควรมีมาตรการในการกำกับดูแลให้มีความเหมาะสม

“การโอนสิทธิผลงานวิจัย” จากผู้ให้ทุนไปยังผู้รับทุนและการโอนผลงานวิจัยฯทุกทอดไป ตามมาตรา 8  9 และ 13 กฎหมายลำดับรองควรบัญญัติในลักษณะที่จะไม่ทำให้กระทบสิทธิและประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมหรือเกินสมควรต่อผู้รับทุนหรือนักวิจัยเจ้าของผลงาน

“การให้ทุนร่วมกัน” ควรกำหนดไว้เฉพาะสำหรับโครงการวิจัยขนาดใหญ่และใช้ทุนจำนวนมาก หรือ โครงการวิจัยที่การันตีการนำไปประโยชน์ได้อย่างแท้จริงเท่านั้น ดังกรณีตัวอย่างโรงงานต้นแบบในการผลิตสารชีวภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ 

  • โครงการ “จากห้องแล็บสู่โรงงาน” เป็นการร่วมกันให้ทุนระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับภาคเอกชน 
  • โรงงานต้นแบบเพื่อการผลิตจุลินทรีย์ ณ หน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาวิศวกรรมชีวเคมี 
  • โรงงานต้นแบบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  
  • โรงงานต้นแบบผลิตไวรัสเอ็นพีวีเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย  

กรณีเอกชนหรือบริษัทนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในลักษณะดัดแปลงผลการวิจัย หรือเป็นการใช้เพื่อตัดหน้าคู่แข่งในทางธุรกิจ ควรมีมาตรการตรวจสอบหรือการดำเนินการตามกฎหมาย  โดยจัดให้มีระบบการตรวจสอบการใช้สิทธิ์ของผู้นำไปใช้ประโยชน์ได้ตลอดเวลา รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขสำคัญให้สามารถถูกเรียกคืนได้ทันที 

กรณีเอกชนนำผลงานวิจัยฯไปต่อยอดหรือดัดแปลงเป็นลักษณะอื่นด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องซึ่งอาจทำให้รัฐเสียประโยชน์  ในกฎหมายลำดับรองควรป้องกันมิให้มีการตีความว่าการโอนสิทธิให้เอกชนที่ขอซื้อและนำไปต่อยอดดัดแปลงก็ถือว่าเป็นการนำไปใช้ประโยชน์แล้วและจบเพียงแค่นั้น

การเปิดเผยรายงานผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่อสาธารณชน เป็นการถูกบังคับโอนสิทธิความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยฯ ตามคำสั่งคณะกรรมการ ดังนั้น ในรายงานการเปิดเผยรายงานผลงานวิจัยและนวัตกรรมจำเป็นต้องระบุเหตุผลหรือสภาพปัญหาอุปสรรคการใช้หรือไม่ใช้ประโยชน์เอาไว้ด้วย  และการที่คณะกรรมการจะกำหนดเงื่อนไขชดใช้ค่าทดแทนหรือเสียค่าตอบแทนก็จะต้องให้สอดคล้องกับเหตุผลหรือสภาพปัญหาอุปสรรคดังกล่าว

ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการรับฟัง “คู่กรณี” ในกรณีที่ “คำสั่งทางปกครอง” อาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี (เช่น ปฏิเสธคำขอ บังคับให้กระทำการ ห้ามกระทำการ ลงโทษ)   เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริง (ก่อนออกคำสั่ง)อย่างเพียงพอ และให้มีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน เช่น คู่กรณีต้องได้รับแจ้งข้อกล่าวหา มีเวลาและโอกาสที่จะโต้แย้งข้อกล่าวหา มีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการโต้แย้ง 

ในเรื่องบทบาทของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตามร่างมาตรา 19  เพื่อให้เงินของหน่วยงานของรัฐเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาพรวมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตามเจตนารมณ์ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นอกจากคำนึงถึง “ประโยชน์แห่งหน่วยงานรัฐที่เป็นคู่สัญญา”แล้ว ควรใช้ประเด็น “ประโยชน์สาธารณะ” มาประกอบการใช้ดุลพินิจพิจารณาตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมถึงสาระสำคัญแห่งคดีด้วย 

สำหรับกรณีผลงานวิจัยก่อนที่พระราชบัญญัตินี้จะมีผลบังคับใช้  เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดด ดังหลักการและเหตุของการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กฎหมายควรครอบคลุมการทำสัญญาการให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมก่อนที่พระราชบัญญัตินี้จะมีผลบังคับใช้ ให้สามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมได้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย.

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 7 ต.ค. 2564