ฟื้นฟู-พัฒนาชนบท ที่หนานหนิง | จีนแก้จน (20)

สำนักงานฟื้นฟูและพัฒนาชนบท ตั้งอยู่ในนครหนานหนิง เป็นหน่วยงานระดับกรมที่ดูแลรับผิดชอบขับเคลื่อนและประสานงานการขจัดความยากจน

ในพื้นที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งต่อมาภายหลังการแก้ปัญหาความยากจนได้แล้ว ได้เปลี่ยนชื่อตามบทบาทและภารกิจใหม่เป็น “กรมการเกษตรและการพัฒนาชนบท”

ประธานกรรมาธิการฯ สังศิต พิริยะรังสรรค์ ได้นำคณะศึกษาดูงานฯจากวุฒิสภา เข้าพบปะสนทนากับนาย Huang Zhiyu อธิบดีกรมการเกษตรและการพัฒนาชนบท พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ สำนักงานฟื้นฟูและพัฒนาชนบทของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ในนครหนานหนิง

ฟื้นฟู-พัฒนาชนบท ที่หนานหนิง | จีนแก้จน (20)

ภารกิจพรรค ภารกิจท้องถิ่น

งานขจัดความยากจนเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลจีน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงได้กำหนดให้เป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลท้องถิ่น โดยใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาความยากจน รวม 8 ปี ตั้งแต่ ค.ศ.  2012 – 2020 สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้รวม 54 อำเภอ 5,379 หมู่บ้าน ประชากร 6,340,000 คน ก้าวพ้นความยากจน สามารถทำให้ประชากรมีรายได้เฉลี่ย มากกว่า 1,200 หยวนต่อเดือน ถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์การขจัดความยากจนสำหรับกว่างซีจ้วง

กระบวนการแก้ไขปัญหาความยากจนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน

1. การสร้างบัญชีผู้ยากจนในแต่ละราย รวบรวมข้อมูลสถิติเพื่อหาสาเหตุความยากจนและออกแบบวิธีลดความยากจนอย่างเจาะจง ในช่วงปี ค.ศ. 2015-2016 เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงได้ส่งเจ้าหน้าที่จำนวน 250,000 คน ลงไปที่หมู่บ้านต่างๆ เพื่อทำการศึกษาข้อมูลและประเมินปัญหาของคนจนจำนวน 6,340,000 คน พร้อมจัดทำบัญชีคนจน รวมถึงการทำโครงการจัดการแก้ปัญหาของคนยากจนเป็นรายครัวเรือน 

2. จัดให้มีระบบการทำงานที่ต้องประสานทุกฝ่าย โดยรัฐบาลกลางดูภาพรวมถึงระดับอำเภอ เมือง ตำบล หมู่บ้าน หน่วยงานรัฐทุกหน่วยต้องลงมือทำงานแก้ปัญหาของคนยากจนอย่างจริงจัง กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐจาก 9,000 หน่วยงาน จำนวน 73,000 คน ลงไปดูแลช่วยเหลือคนจนในแต่ละพื้นที่

3. รัฐบาลท้องถิ่นต้องให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริมการผลิตสินค้า ให้เงินชดเชย ส่งเสริมการศึกษา ช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจให้คนจนหลุดพ้นความยากจน 

4. ปรับปรุงการทำงานของทุกหน่วยงานให้มีเป้าหมายในการแก้ปัญหาของคนยากจนทั้งนี้ในการระบุตัวตนของคนยากจน เจ้าหน้าที่รัฐต้องมีการรับรองข้อมูล เอกสารหลักฐานครบถ้วน และมีความแม่นยำ

ผู้นำเอาใจใส่ ติดตามชี้แนะ

ในปี ค.ศ. 2021 ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ได้เดินทางมาดูงานที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ได้ให้ความเห็นชี้แนะเรื่องการขยายผลการขจัดความยากจน การพัฒนาชนบท และการพัฒนาระบบเกษตรกรรม ว่าต้องมีการพัฒนากันไปอีกอย่างต่อเนื่อง 

จึงได้มีการคัดเลือก 44 อำเภอ 2,351 หมู่บ้าน นำมาวางแผนการพัฒนาต่อเนื่องในระยะ 3 ปี มีการส่งเสริมการลงทุนในทุกด้าน การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในชนบท การพัฒนาชนบทเพื่อป้องกันการกลับไปเป็นคนจนอีก โดยมีเป้าหมายให้คนจนมีรายได้เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 ปี ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในพื้นที่เพื่อให้เกิดการจ้างงานในชุมชน 

ปัจจุบัน คนกว่างซีที่ยังมีภาวะเสี่ยงมีอยู่ประมาณ 5 แสนคนที่ต้องดูแลไม่ให้เขากลับสู่สถานะความยากจนอีก ซึ่งต้องใช้ระบบควบคุมเช่นนี้ต่อไปเพื่อให้ผลลัพธ์แก้ปัญหาความยากจนไม่ล้มเหลว ให้หลุดพ้นและไม่กลับไปสู่ความยากจนอีก

แลกเปลี่ยนเรียนรู้

มีคำถามจากคณะกรรมาธิการฯผู้ศึกษาดูงาน  2 ข้อ  Mr.Huang Zhiyu ได้ให้รายละเอียดดังนี้ 

            1.ใครคือคนจน จะระบุอย่างไร 

          มีวิธีการดังนี้  คนจนหมายถึงคนที่มีรายได้น้อยกว่า 1,400 หยวนต่อเดือน มีดัชนีชี้วัดประมาณ 80-90 ตัว สำหรับใช้ในการค้นหาคนจนและระบุว่าคนจนอยู่ที่ไหนในกว่างซี ซึ่งพบว่ามีประมาณ 6,300,000 คน 

         เมื่อมีข้อมูลคนจนชัดเจน ต้องติดตามให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้พ้นจากความยากจนและไม่กลับไปสู่ความยากจนอีก 

            2.เมื่อขจัดความยากจนแล้ว ต้องทำอะไรต่อไป 

         มีวิธีการดังนี้ 

                        1.ตั้งเป้าหมายการทำงานเอาไว้ก่อน ทำอย่างไรจะไม่ให้คนจนต้องกลับมายากจนอีก

                        2.มีภารกิจส่งเสริมการการจัดการปัญหาใน 3 วิธีการคือ

                                    1.ส่งเสริมการสร้างงานในเรื่องอุตสาหกรรมในระดับท้องถิ่น

                                    2.ส่งเสริมการมีงานทำของคนจน

                                    3.ยกระดับการบริหารงานในชุมชนชนบทให้สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง

                        3.มีการทำงานแก้ปัญหาความยากจนอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1) ปี ค.ศ. 2010-2020 ประกาศนโยบายขจัดความยากจน  2) ปี ค.ศ. 2021-2025 แก้ปัญหาความยากจนและเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนา  3) ปี ค.ศ. 2026-2050  ผลักดันการพัฒนาชนบทอย่างรอบด้าน 

ทั้งนี้ มีการประเมินผลในเชิงคุณภาพอย่างเข้มงวด มีการจัดทำข้อมูลและการรายงานอย่างเป็นระบบ ปีละหนึ่งครั้ง โดยมีทีมงานจากกระทรวงต่าง ๆ และนักวิชาการของมหาวิทยาลัยในระดับมลฑลและเขตเมือง 31 เขตทั่วประเทศ เข้ามาร่วมกันประเมินผล

หมอพลเดช ปิ่นประทีป / 20 ธันวาคม 2566