มหาวิทยาลัยกว่างซีกับการแก้ปัญหาความยากจน
มหาวิทยาลัยกว่างซี ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1928 ซึ่งขณะนั้นจีนยังอยู่ในภาวะสงคราม ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน
รัฐบาลจึงสร้างมหาวิทยาลัยท้องถิ่นขึ้น ปัจจุบันมีนักศึกษา 40,000 คน มี 26 คณะวิชา คณะวิชาที่มีบทบาทในการแก้ปัญหาความยากจนคือคณะเกษตรศาสตร์ ซึ่งจะเน้นเรื่องการแปรรูปอาหาร การทำการวิจัยทางด้านเกษตรกรรม การเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร พุ่งเป้าที่ทำให้สามารถแก้ความยากจนได้สำเร็จ รวมทั้งคณะวิชาป่าไม้ และคณะวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยี
ต่อคำถามจากคณะศึกษาดูงานที่ว่า อะไรเป็นปัจจัยของความสำเร็จในการแก้ความยากจนของประเทศจีนในทัศนะของพวกเขา ได้รับคำตอบจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยกว่างซีว่า ปัจจัยสู่ความสำเร็จของการแก้ไขปัญหาความยากจน มี 3 ประการหลัก

1. การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ประกาศเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นในการขจัดความยากจนให้หมดภายในปี ค.ศ. 2020 ได้กำหนดเป้าหมายที่จะทำให้เกษตรกรจีนพ้นจากความยากจนให้ได้ ด้วยมาตรการ 2 ไม่กังวล และ 3 หลักประกัน
– ต้องไม่กังวลใน 2 เรื่อง คือ 1.อาหาร 2.เสื้อผ้า
– ต้องมีหลักประกันใน 3 เรื่องคือ 1.มีการศึกษาเพื่อการมีงานทำ 2.มีที่อยู่อาศัย 3.ได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย
2. การศึกษา
รัฐบาลจีนใช้นโยบายสนับสนุนให้มีระบบการศึกษาภาคบังคับ เด็กทุกคนได้เรียนฟรี 9 ปี มีระบบการช่วยเหลือ ทำให้นักศึกษาสามารถเข้าเรียนในมัธยมปลายได้สูงถึง 80% ในจำนวนนี้ 50% ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยและระดับอาชีวศึกษา ทำให้ประชาชนมีความรู้และมีงานทำ สามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้ด้วยตนเอง
ในกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกว่างซี จำนวนรวม 40,000 คน มีนักศึกษาที่ยากจนอยู่ประมาณ 8,000 คน นักศึกษาทั้งหมดนี้ จะได้รับการประเมินระดับความยากลำบาก เพื่อมีมาตรการให้การช่วยเหลือ เช่นการกู้เงิน การรับบริจาค เพื่อให้พวกเขา อย่างน้อยต้องมีเงินใช้จ่ายเป็นค่าต่างๆ ประมาณ 10 หยวนใน 1 วัน เพื่อสามารถซื้ออาหารครบ 3 มื้อ ในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยก็มีบริการอาหารในราคาถูก
พรรคอมมิวนิสต์จีนเน้นเรื่องการศึกษาเพื่อให้มีงานทำและหลุดพ้นความยากจน นักศึกษาที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่เป็นคนยากจน จะมีทุนให้เรียน โดยมี 3 วิธีการ คือ
1.ธนาคารให้กู้เงินเพื่อการศึกษา
2.มีองค์กรสาธารณกุศลให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือ
3.ให้ทุนช่วยเหลือนักศึกษาเป็นรายบุคคล
3. นวัตกรรมทางเทคโนโลยี
นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ ทีมบริหารมหาวิทยาลัยย้ำว่า การศึกษา การลงมือทำงาน และการเรียนการสอน การทำเกษตรกรรมแบบใหม่ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งเสริมการวิจัยและมีการทดลองในพื้นที่จริง จะช่วยทำให้นักเรียนมีความสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนได้ดี
มหาวิทยาลัยกว่างซีมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของไทยหลายแห่ง เช่น การตั้งสถาบันขงจื๊อที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สถาบันขงจื๊อมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต(สุพรรณบุรี) สำหรับสถาบันขงจื๊อที่ตั้งในประเทศต่างๆ มีจุดประสงค์ในการเป็นศูนย์กลางให้การศึกษาและบริการด้านภาษาจีนและวัฒนธรรมจีน มีกิจกรรมเรียนรู้ปรัชญาของขงจื๊อ คือ ความเมตตากรุณา ความกตัญญู จารีตประเพณี ความยุติธรรมและความซื่อสัตย์
ปัจจุบันมีสถาบันขงจื๊อ ตั้งอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 21 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันนการศึกษาของไทยกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน
นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยกว่างซี ยังมีโครงการที่เปิดหลักสูตร 2+2 กล่าวคือ ให้มีการเรียนปริญญาตรีในประเทศไทย 2 ปี และเรียนในประเทศจีน 2 ปี
มหาวิทยาลัยกว่างซี เป็นมหาวิทยาลัยที่มุงเน้นการพัฒนาบุคคลากร เพื่อพรรคคอมมิวนิสต์และเพื่อการรับใช้ประชาชนจีน มีระบบการเรียนการสอนที่ไม่เน้นการสอบแข่งขัน ส่งเสริมบุคลากรให้มีความรักชาติ รักพรรคคอมมิวนิสต์และประชาชน มีการปฏิรูปการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย มีการประเมินคุณภาพของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเป็นประจำ
มหาวิทยาลัยกว่างซีมุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีนแบบเดียวกับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

หมอพลเดช ปิ่นประทีป / 22 ธันวาคม 2566
