ประชาคมระนอง ในมุมมองสุชีพ (02)

บนเส้นทางประชาสังคมจังหวัด ตอนที่ 2 โดย หมอพลเดช

ระนอง หรือ เมืองแร่นอง มีพื้นที่ 3,290 ตร.กม. แบ่งเป็น 5 อำเภอ 30 ตำบล 167 หมู่บ้าน มีประชากร 1.93 แสนคน

เดิมเป็นหัวเมืองเล็ก ขึ้นกับเมืองชุมพรมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ครั้นต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  “คอซู้เจียง” ชาวจีนฮกเกี้ยน ได้รับโปรดเกล้าจาก ร.3 ให้ประมูลอากรดีบุก พร้อมกับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงรัตนเศรษฐี ต่อมาขึ้นเป็นเจ้าเมืองระนอง ผู้สร้างบ้านแปงเมือง

คำขวัญประจำจังหวัด “คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง” มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ภูเขาหญ้า วัดบ้านหงาว น้ำตกปุญญบาล บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง หินทะลุอ่าวเขาควาย พระราชวังรัตนรังสรรค์ เกาะพยาม ระนองแคนย่อน น้ำตกหงาว วัดเกาะพยาม(โบสถ์กลางทะเล) อ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้น ศาลหลักเมือง พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าชายเลน จวนเจ้าเมือง ประภาคารระนอง วัดวารีบรรพต มูลนิธิคุณธรรมสงเคราะห์เต็กก่าจีเม่ง มูลนิธิระนองสงเคราะห์ (พ้งไล้11)

” ประชาคมระนอง ในมุมมองสุชีพ “

พ่อค้าชายแดน

สุชีพ พัฒน์ทอง เป็นตัวอย่างของพลเมืองผู้ตื่นรู้ ผันตัวเองจากผู้ประกอบการประมงขนาดเล็กและพ่อค้าทำไม้ในฝั่งพม่า ถูกทหารพม่ายึดช้างไป 8 เชือก ต้องกลับมาทำมาหากินเมืองไทย ปี 2542 เขียนขอโครงการฟื้นฟูชุมชนจากวิกฤติต้มยำกุ้ง ได้เงินสนับสนุนจากกองทุน SIF มาทำงานจนเกิดกลุ่มองค์กรชุมชนขึ้นหลายกลุ่ม เป็นจุดเริ่มสู่งานพัฒนาสังคม 

เขาผันตัวมาเป็นผู้นำชุมชน ขับเคลื่อนพัฒนาความเข้มแข็ง สร้างประชาสังคม จนชื่อเสียง “โกแบ็ก” เป็นที่ยอมรับของทางราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีรางวัลพ่อดีเด่นแห่งชาติของจังหวัดระนองเป็นการันตี

กรมการจังหวัด

ระนอง มีฐานทุนชุมชนเข้มแข็งที่น่าสนใจหลายประการ อาทิ องค์กรชุมชน 519 แห่ง ผู้นำชุมชน 261 คน กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 25 เครือข่าย กองทุนจิตอาสาประชารัฐ 9 กองทุน ต้นแบบชุมชนเข้มแข็ง 41 กรณีศึกษา สำรวจพบและให้การช่วยเหลือผู้ยากลำบากที่ถูกทอดทิ้ง 120 คน 

สุชีพ มีส่วนทำให้ภาคประชาสังคมได้รับความเชื่อถือไว้วางใจในระดับสูง ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมกรมการจังหวัดเป็นประจำทุกเดือน มีผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ร่วมสะท้อนปัญหาของประชาชน ชี้แจงข้อมูลและให้คำปรึกษาแก่ทางราชการ รวมทั้งเป็นกรรมการชุดต่างๆของจังหวัดและอำเภอ

ปี 2548 ในยุคบุกเบิกกองทุนสุขภาพตำบลของ สป.สช. เมื่อสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา(LDI)ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทดลองวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดตั้งและดำเนินงานกองทุนสุขภาพ รวม 880 พื้นที่ เขาเป็นตัวแทนจังหวัดเข้าร่วมดำเนินการในพื้นที่ 4 อบต. ปัจจุบันระนองมีกองทุนสุขภาพครบทุกตำบลแล้ว

นอกจากนั้น เขายังได้รับเลือกให้เป็นกรรมการดูแลกองทุนฟื้นฟูสมรรถนะผู้พิการของ อบจ. มุ่งบุกเบิกระบบงานดูแลผู้ป่วยระยะยาว ฝึกอบรมผู้บริบาลระดับชุมชน  เป็นกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ตัวแทนภาคใต้ ติดต่อกัน 8 ปี เขายืนยันว่างานโครงการจิตอาสาของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในปี 2560-2561 ช่วยให้เครือข่ายในพื้นที่ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ถือเป็นยุคเฟื่องฟู ข้าราชการในจังหวัด-อำเภอต่างรู้จักองค์กรภาคประชาสังคม

ศปจ.ระนอง

ศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัดระนอง (ศปจ.) เกิดขึ้นภายใต้โครงการปลุกพลังเปลี่ยนไทย (Inspiring Thailand) ดำเนินการโดยสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) ร่วมกับกองทุน สสส. ในช่วงปี 2557-2559 มี “สมาคมสร้างสุขจังหวัดระนอง” เป็นองค์กรนิติบุคคลรองรับ

ทำกิจกรรมหลากหลาย เช่น การประกวดดนตรีเยาวชน สร้างนักพากย์แข่งเรือสร้างสุข แข่งฟุตซอลเยาวชนร่วมกับไทยพีบีเอส จังหวัดระนองยังเคยได้แชมป์ระดับประเทศอีกด้วย

ปัจจุบัน ศปจ.ระนอง มีตึกสำนักงานเป็นของตนเอง มีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับองค์กรปกครองท้องถิ่นทุกระดับทั่วจังหวัด มี Facebook Pages นำเสนอเรื่องราวของกองทุนสวัสดิการชุมชน สภาเกษตรกร เครือข่ายงดเหล้า และงานพัฒนาสังคมตาม พรบ.ที่เกี่ยวข้อง มาเชื่อมโยงและสื่อสารเผยแพร่เป็นประจำ

สุชีพได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภาเกษตรกรประจำจังหวัดระนอง เขาสะท้อนความเป็นห่วงที่งบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลลดลงทุกปี เพราะไม่มีผลงาน จนเสี่ยงที่จะโดนยุบจากรัฐบาล คสช. ส่วนภารกิจในด้านกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เขามองว่ามี พรบ.จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2542 แต่ยังไม่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเท่าที่ควร ทั้งที่มีงบประมาณแบบให้เปล่า แบบซื้อหนี้คืน และให้กู้ยืม

ทางด้านงานสภาองค์กรชุมชน จังหวัดระนองจัดตั้งกันครบทุกตำบลแล้ว แต่ยังสร้างสรรค์ผลงานไม่ได้มาก ขาดงบประมาณอุดหนุน รวมทั้งเจ้าหน้าที่มีข้อจำกัดเรื่องศักยภาพและธรรมาภิบาล ปัจจุบันมีเพียงโครงการบ้านพอเพียงสนับสนุนการซ่อมบ้านคนยากจน ไม่มีงบประมาณสำหรับจัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

มองอนาคต    

เขาเห็นว่า ระนองควรขับเคลื่อนประเด็นเมืองน่าอยู่ชุมชนน่าอยู่ ให้เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ดำเนินงานใน 5 มิติ ได้แก่ เมืองปลอดภัย, เมืองสะอาด, เมืองคุณธรรม, เมืองคุณภาพชีวิต และเมืองธรรมาภิบาล 

อยากเห็นเครือข่ายภาคประชาชนทำกิจกรรมโครงการโดยเชื่อมโยงกับกลไกตาม พรบ.ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้นำภาคประชาสังคมที่มีศักยภาพเข้าไปเป็นกรรมการขับเคลื่อน

อยากให้องค์การมหาชนที่ตั้งอยู่ส่วนกลาง มาใช้ประโยชน์จากกลไก ศปจ. ของภาคประชาสังคมจังหวัด สำหรับเป็นฐานบูรณาการงานภาคปฏิบัติในพื้นที่.

“น้ำใสสะอาดเกินไป ย่อมไร้ซึ่งมัจฉา …
คนที่เข้มงวดเกินไปย่อมไร้ซึ่งบริวาร” 

ปันกู้/ ปราชญ์จีนโบราณ.

17 มี.ค. 2568