บนเส้นทางประชาสังคม ตอนที่ 19 โดยหมอพลเดช
“ประชาคมพิจิตร บนเส้นทางชุมชนคุณธรรม”

“ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ แข่งเรือยาวประเพณี พระเครื่องดีหลวงพ่อเงิน เพลิดเพลินบึงสีไฟ
ศูนย์รวมใจหลวงพ่อเพชร รสเด็ดส้มท่าข่อย ข้าวเจ้าอร่อยลือเลื่อง ตำนานเมืองชาละวัน”
พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ มีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองโอฆะบุรี” ตามตำนานกล่าวว่าพระยาโคตรบองเป็นผู้สร้างเมืองพิจิตร ในสมัยใดไม่ปรากฏ พระเจ้าสุริเยนทราธิบดี (พระเจ้าเสือ) ทรงประสูติที่เมืองนี้
พิจิตรยังเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของ ผู้นำ นักการศึกษา นักบริหาร นักธุรกิจ นักการเมือง และศิลปินนักแสดงอีกหลายท่าน นับเป็นฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนท้องถิ่น อาทิ องค์มนตรี นพ.เกษม วัฒนชัย, ยุพา อุดมศักดิ์, ณรงค์ สหเมธาพัฒน์, สนั่น ขจรประศาสน์, ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์, ไพฑูรย์ แก้วทอง, ชูศักดิ์ ศิรินิล, กนก วงศ์ตระหง่าน, ประสพสุข บุญเดช, เฉลียว อยู่วิทยา, วีระ ธีระภัทร, ยอดรัก สลักใจ, สันติ ดวงสว่าง ฯลฯ
ปัจจุบัน แบ่งการปกครองแบ่งออกเป็น 12 อำเภอ 89 ตำบล 888 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม 102 แห่ง ประกอบด้วย อบจ. 1 เทศบาลเมือง 3 เทศบาลตำบล 25 และองค์การบริหารส่วนตำบล 75 แห่ง
มีประชากร 521,907 คน (ปี 2566) องค์กรชุมชน 1,188 องค์กร ชุมชนเข้มแข็ง 44 กรณีศึกษา ผู้นำชุมชน 602 คน กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 34 เครือข่าย ผู้ยากลำบากที่ตกสำรวจ 965 ราย
สุรเดช เดชคุ้มวงศ์
“หมอสุรเดช” เป็นชื่อเรียกที่คุ้นเคยของชาวบ้านและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด อดีตนักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ มหิดล ยุค 14 ตุลา มาบรรจุเข้ารับราชการที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร ในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขเมื่อ 40 ปีก่อน ตั้งรกรากและทำงานจนเกษียณอายุราชการอยู่ที่นี่ จนถึงปัจจุบัน
เมื่อเริ่มทำงานสาธารณสุขชุมชนได้สักพัก เขาพบว่า พิจิตรเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ของประเทศ เกษตรกรทำนาปีละ 3 ครั้ง ใช้สารเคมีทุกรอบ มีผู้ป่วยมะเร็งอันดับหนึ่ง จึงทำการสำรวจค้นหา “เกษตรกรผู้ไม่ใช้สารเคมีว่ามีใครบ้างไหม?” เพื่อคิดหาหนทางป้องกันแก้ไข
เขามีโอกาสได้ไปเยี่ยมและดูงานของเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านที่บ้านพ่อสุทธินันท์ ปราชญ์พฤกษ์ (ผู้ล่วงลับ) อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กลุ่มชาวบ้านที่นั่นเปลี่ยนมาปลูกต้นไม้ ไม่ใช่ทำนาอย่างเดียว และไม่ใช้สารเคมี เมื่อกลับมาจึงรวมตัวกันตั้งชมรมเกษตรธรรมชาติพิจิตร เมื่อ 30 ปีก่อน จัดเวทีสัญจรกันทุกเดือน นำความรู้ที่ได้กลับไป พัฒนาตนเอง จากนั้นพาชาวบ้านกลุ่มนี้ก่อตั้ง ชมรมผู้สูงอายุจังหวัดพิจิตร และสร้างโรงเรียนผู้นำผู้สูงอายุ เมื่อ 14 ปีก่อนด้วยเงินบริจาค โดยร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์แนวทางการขับเคลื่อน ทำให้เกิดเวทีสัญจรผู้สูงอายุจังหวัดพิจิตร ทุกเดือน
มูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร
ดร.ยุพา อุดมศักดิ์ ปัจจุบันอายุ 97 ปี เป็นคนตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม เป็นอดีตหัวหน้าภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหิดล เป็นผู้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยอนามัยชนบทเบ็ดเสร็จ สูงเนิน นครราชสีมา เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกงานภาคสนามในการแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชนและอนามัยชุมชน ผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ท่านเป็น สส.พิจิตร 4 สมัย รวม 16 ปี เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในยุครัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ท่านก่อตั้งมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร โดยมอบเงินก้นถุง 1 ล้านบาท พร้อมตึกที่ทำการ 2 คูหา รถปิกอัพ 1 คัน และที่ดินอีก 13 ไร่ สำหรับใช้ในการทำงาน
อาจารย์หมอประเวศ วะสี เคยเดินทางมาเยี่ยมเครือข่ายชุมชนที่พิจิตร รวม 3 ครั้ง อาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช ก็มาสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันจัดการความรู้ และพระอาจารย์ดุษฎี เครือข่ายพระภิกษุ “สังฆะพัฒนา” จากชุมพร เป็นคนพิจิตร ทำโครงการผู้นำบวร ช่วยเหลือคนยากจน รวมทั้งการซ่อมสร้าง มีศูนย์กายอุปกรณ์เพื่อผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ต้นแบบอยู่ที่วัดบ้านนา อำเภอวชิรบารมี
ฐานงานประชาคมพิจิตร ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ โดยมีมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตรเป็นกลไกประสาน ได้แก่ 1) เครือข่ายเกษตรกร ขับเคลื่อนงานต่อเนื่องมา 30 ปี 2) กลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งขึ้นมา 14 ปี 3) กลุ่มสมัชชาสุขภาพ ทำมาได้ 6 ปี
เส้นทางสังคมคุณธรรม
เอ็นจีโอพิจิตร ส่วนใหญ่เป็นสายแข็ง ชอบงานสายร้อน เป็นผู้นำม็อบหน้าทำเนียบรัฐบาล ส่วนปราชญ์ชาวบ้านมักทำงานแบบสายเย็น ตั้งกลุ่มพูดคุยออนไลน์กันทุกวันศุกร์ ตั้งแต่ยุคโควิดมาจนถึงทุกวันนี้ มีกลุ่มชนะมาร อบรมเกษตรธรรมชาติ กินนอนกันที่บ้านปราชญ์ชาวบ้าน มุ่งเป้าหมายให้นโยบายสาธารณะของจังหวัด ทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรสุขภาพดี ปลอดหนี้ มีศักดิ์ศรี มีความสุข
โรงเรียนผู้นำเกษตรกรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งเป้าสร้างผู้นำเกษตรกร ตำบลละ 1 คน กลุ่มมีวิสัยทัศน์และนโยบายของตน ทั้งเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้สูงอายุ หลักสูตร 3 วัน 2 คืน บริจาคกันคนละ 1,000 บาท ช่วยวัดเป็นค่าใช้จ่ายที่พักและจัดอบรม มุ่งชนะมารที่อยู่ในจิตใจตนเอง
ชมรมคนรักในหลวง ตั้งขึ้นมา 10 ปี มีทีมงานส่วนกลางและกองทัพภาคมาร่วม เน้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สวมใส่เสื้อคนรักในหลวง หมู่บ้านละ 10 คน เข้าโรงเรียนผู้นำตามรอยพ่อ
อาจารย์หมอเกษม วัฒนชัย องคมนตรี ท่านเป็นคนบางมูลนาก ทำหมู่บ้านนำร่อง “แก้จนแบบจีน” ทำโรงเรียนสร้างคนดี เริ่มที่อำเภอบ้านเกิด จนเป็นต้นแบบของโรงเรียนคุณธรรม ต่อมาขยายไป 200 แห่งทั่วประเทศ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มาหนุนการจัดสมัชชาคุณธรรมจังหวัดพิจิตร
ผู้นำกลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเกษียณและกลุ่มคลังสมอง ทำเรื่องการเรียนรู้แบบ Active Learning Through Action เป็นที่รวมกลุ่มภูมิปัญญา กลุ่มคุณธรรมท้องถิ่น และผู้นำตามธรรมชาติ นำเรื่องดีของอำเภอของตนมาเล่าสู่กันฟัง สร้างความภาคภูมิใจแก่พื้นที่
กลุ่มสมัชชาสุขภาพ ทำประเด็น สตรี ผู้สูงอายุ เด็ก และพระสงฆ์ แก้ปัญหาคนสามวัย คนสูงอายุอยู่ในชุมชน พ่อแม่เข้าไปทำงานในเมือง ทิ้งลูกให้ตายยายดูแล เลี้ยงหลานด้วยโทรศัพท์มือถือ ทำให้เด็กพิจิตรมีไอคิวต่ำที่สุดเป็นอันดับ 8 จากท้าย มีโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา 4-5 แห่ง กลุ่มกระทิงแดงบริจาค ทางสายหอการค้าก็มีโครงการเปิดโรงเรียนผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่.
…………….
” ตัวสกปรกก็คิดจะอาบน้ำ เท้าสกปรกก็คิดจะล้างเท้า
แต่ใจสกปรกกลับไม่คิดที่จะชำระใจ…”
หยางว่านหลี่
……………………
