เส้นทางประชาสังคมเมือง พิษณุโลก (20)

บนเส้นทางประชาสังคม ตอนที่ 20 โดย หมอพลเดช

“ประชาคมพิษณุโลก ประวัติศาสตร์งานพัฒนา”

“พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา”

จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ 10,815 ตารางกิโลเมตร ประชากร 841,729 คน (ปี 2566)  แบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำเภอ 93 ตำบล 1,032 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นฐาน 102 แห่ง มีองค์กรชุมชน 1,884 องค์กร ชุมชนเข้มแข็ง 43 กรณีศึกษา มีผู้นำชุมชน 563 คน กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 45 เครือข่าย พบผู้ยากลำบากที่ตกสำรวจ 764 ราย

ประวัติศาสตร์

เมืองสองแคว เป็นชื่อเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดพิษณุโลก พบในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลักที่ ๑และ ๘  มีแหล่งโบราณคดีในยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นภาพสลักบนหินที่ถ้ำกาและผาขีด เขาภูขัด อำเภอนครไทย และที่ผากระดานเลข อำเภอชาติตระการ อยู่ในยุคโลหะ อายุประมาณ 4,000 ปี 

ในสมัยขอมโบราณ ชุมชนตั้งอยู่ทางทิศใต้ บริเวณวัดจุฬามณี พระมหาธรรมราชาลิไททรงสร้างเมืองสองแควขึ้นใหม่ที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน บริเวณเมืองพิษณุโลกในปัจจุบัน ทรงสร้างวัดต่างๆขึ้นเป็นจำนวนมากได้แก่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดเจดีย์ยอดทอง วัดอรัญญิก และบูรณะวัดวัดราชบูรณะ ทรงให้หล่อพระพุทธชินราช พระพุทธชินศรี และพระศรีศาสดาขึ้นประดิษฐานไว้ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ทั้งยังทรงสร้างพระราชวังจันทน์ 

พ.ศ. 2106 เมื่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองยกทัพมาประชิดเมือง พระมหาธรรมราชายอมจำนน พิษณุโลกและหัวเมืองเหนือทั้งหมดกลายเป็นประเทศราชของพม่า หลังจากพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง มีพระราชโองการให้ “เทครัว” กวาดต้อนผู้คนในหัวเมืองเหนือทั้งหมดลงมายังภาคกลางตอนล่างเพื่อเตรียมการรับศึกกับพม่า พิษณุโลกกลายเป็นเมืองร้างอยู่ 8 ปี จนกระทั่งเสร็จสิ้นสงครามยุทธหัตถี จึงทรงฟื้นฟูเมือง

พ.ศ. 2318 ทัพพม่าเข้าล้อมเมืองอยู่นาน 4 เดือน ตัดเส้นทางเสบียง เมืองพิษณุโลกขาดแคลนอาหาร อะแซหวุ่นกี้ขอดูตัวพระเจ้าพระยาจักรี ก่อนที่ท่านจะตีฝ่าวงล้อมออกไปตั้งมั่นที่เพชรบูรณ์ ทัพพม่าเข้าปล้นสะดมเผาทำลายเมืองพิษณุโลกลงโดยส่วนใหญ่ รวมทั้งพระราชวังจันทน์ เหลือเพียงพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

ประชาสังคมยุคแรก

การระบาดของ HIV/AIDS ในปี 2533 ทำให้พลเมืองกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมารณรงค์ต่อต้านอย่างแข็งขัน ประกอบด้วย พลเอกศิริ ทิวะพันธุ์ แม่ทัพภาค 3 นายทหารนักพัฒนา, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ผู้เชี่ยวชาญเวชกรรมป้องกัน, พอ.นพ.ทวีศักดิ์ นพเกษร ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้(ผู้ล่วงลับ) และ ณัฐพร ศรีสิงห์ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ได้จุดประกายความตื่นตัวทางการเมืองขึ้นในประชาคมพิษณุโลก เป็นเหตุให้ ประพจน์ ศรีเทศ กลุ่มองค์กรกลางเลือกตั้ง, รุ่งกาต์ ศรลัมพ์ ชมรมสตรีศรีสองแคว, วิมาลา ชโยดม มหาวิทยาลัยนเรศวร, วีระศักดิ์ วงศ์สุทธิ์ เอ็นจีโอ, สอน ขำปลอด นักวิชาการสาธารณสุข, มาฆะศิริ เชาวกุล ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจการเกษตร, ฯลฯ ริเริ่มขับเคลื่อนงานพัฒนาประชาธิปไตยในพื้นที่

เวที “สองแควเสวนา” ในปี 2538 ได้เปิดประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะ  ท่าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ให้เกียรติมาแสดงปาฐกถานำ มีกลุ่มพลเมืองจำนวนมากเข้าร่วม จัดตั้งเป็นชมรมศึกษาเพื่อการพัฒนาสี่แยกอินโดจีนและตั้งเป็นมูลนิธิในเวลาต่อมา มีผู้นำหลายวงการเข้ามาสมทบ อาทิ  วิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ ประธานหอการค้า (ผู้ล่วงลับ), ประธาน สุรกิจบวร หัวหน้าสำนักงานจังหวัด, ประภัสสรณ์ กันตีวงศ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัด, สมบัติ นพรัก คณบดีศึกษาศาสตร์ ม.นเรศวร, สมไทย วงศ์เจริญ ราชาขยะทองคำ บริษัทวงศ์พาณิชย์, สาคร สงมา เอ็นจีโอสิ่งแวดล้อม ฯลฯ 

ศปจ.พิษณุโลก

ดร.สุเนตร ทองคำพงษ์  ผู้ประสานงานหลักของประชาคมพิษณุโลกในยุคปัจจุบัน เป็นผู้จัดตั้งศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัดพิษณุโลก (ศปจ.) เป็นพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสานความร่วมมือ มี สมาคมสุขปัญญา เป็นนิติบุคคลรองรับ มีทีมงานหนุ่มสาวทำงานกันแบบเต็มเวลา 

สุเนตร เกิดในครอบครัวคนจีน พี่น้อง 13 คน เป็นลูกคนกลางจึงต้องเรียนให้ดี ไม่เช่นนั้นจะต้องออกมาทำงาน มีถิ่นฐานอยู่บ้านช่างหล่อ ย่านโรงพยาบาลศิริราช เรียนที่โรงเรียนสตรีวัดระฆัง วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนที่จะมาเรียนต่อ มศว. พิษณุโลกและตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่
ในยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน หลัง 14 ตุลาคม 2516 เธอชอบไปฟังการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง มีดาวไฮด์ปาร์ค เทิดภูมิ ใจดี เป็นไอดอล ได้ความรู้กฎหมายแรงงานและแรงบันดาลใจ
เป็นผู้นำม็อบครูโรงเรียนเอกชน ประท้วงผู้บริหารจนถูกให้ออกแบบได้เงินชดเชย และได้รับการเยียวยาให้มาบรรจุเป็นครูชั่วคราวที่โรงเรียนบ้านเนินกุ่มประชานุกูล อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก

ต่อมา ได้สอบบรรจุไปอยู่อำเภอนครไทย แต่งงานกับตำรวจในพื้นที่ เคยมองจากโรงเรียนออกไปเห็นฉากการสู้รบของจริงที่เกิดขึ้นบนภูหินร่องกล้า เธอเป็นข้าราชการครูที่คิดนอกกรอบ ทำโครงการช่วยเหลือครอบครัวของเด็กนักเรียนมาตั้งแต่ก่อนที่กระทรวงศึกษาจะมีนโยบาย บุกเบิกขยายสาขามาตั้งโรงเรียนแห่งใหม่ สร้างโรงเรียนด้วยไม้ไผ่ ประชาชนบริจาคกระดานข้างฝาบ้านมาสร้างโรงเรียนให้ลูกหลาน รวมทั้งขอใช้ที่ป่าสงวนตั้งโรงเรียนศรีอินทราทิตย์พิทยาคม 

ในยุคโรคเอดส์ เธอได้ร่วมกับ “กลุ่มละครมะขามป้อม” (คุณดวงแข บัวประโคน) ทำสื่อละครเร่สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเอดส์ชื่อ กลุ่มละครเยาวชนเพื่อชุมชน “ดาวลูกไก่” แสดงสดๆกันในหมู่บ้าน ชาวบ้านติดอกติดใจกันมาก ทำงานต้านยาเสพติดจนเข้าตาคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการ สพฐ. และต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา ก่อนมาเกษียณราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ         

มองไปข้างหน้า เธอเป็นห่วงประเด็นเรื่องเด็กและเยาวชน อยากเปิดเวทีวิสัยทัศน์จังหวัดให้ผู้คนได้มาพูดคุยกันให้มากๆในเรื่องเหล่านี้ รวมทั้งเรื่องอาหารปลอดภัย-ไม่มีคนอดอยาก เรื่องฟื้นเศรษฐกิจ-สร้างงานสร้างรายได้ และเรื่องการเมือง-ธรรมาภิบลท้องถิ่น.

…………………………..

The essence of strategy is choosing what not to do.” Michael Porter.
แก่นแท้ของกลยุทธ์ คือการเลือกสิ่งที่ไม่ควรทำ.

…………………………..