เคลื่อนย้ายประชากรแบบพิถีพิถัน | จีนแก้จน (14)

รายงานจากสำนักข่าว CRI ระบุว่า ในช่วง 10 ปีสุดท้าย รัฐบาลจีนได้ทุ่มเทกำลังเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน  ช่วยให้ประชากร 98.99 ล้านคนหลุดพ้นจากภาวะยากจนสุดขีด  

ในจำนวนนี้มีประชากร 9.6 ล้านคนได้พ้นจากภาวะยากจนด้วยการอพยพออกจากพื้นที่ทุรกันดารและไปพักอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งใหม่ที่รัฐบาลจัดให้ นับเป็นการอพยพประชากรที่มากที่สุดในพื้นที่กว้างใหญ่มาก  

มีการสร้างชุมชนใหม่ถึง 35,000 แห่ง และต้องจัดหางานหาอาชีพรองรับ เฉลี่ย 1 คนต่อครอบครัว จึงสามารถทำให้พ้นจากภาวะยากจนได้ ข้อมูลทางการเปิดเผยว่า ระหว่างแผนระยะห้าปี ฉบับที่ 13 (2016-2020) จีนใช้งบประมาณไปราว 6 แสนล้านหยวน (ประมาณ 2.76 ล้านล้านบาท) ในโครงการย้ายถิ่นฐานเพื่อขจัดความยากจน

เคลื่อนย้ายประชากรแบบพิถีพิถัน | จีนแก้จน (14)

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เผยว่า กลุ่มคนยากไร้ของจีนที่เข้าร่วมโครงการย้ายถิ่นฐานเพื่อขจัดความยากจน มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉลี่ยจาก 4,221 หยวนต่อปี (ประมาณ 19,430 บาท) ในปี 2016  เพิ่มเป็น 9,313 หยวนต่อปี (ประมาณ 42,870 บาท) ในปี 2019  

ตัวอย่างของมณฑลยูนนาน

ยูนนานเป็นมณฑลที่มีความยากจนมากเป็นลำดับที่ 2 ของประเทศ รองจากมณฑลกุ้ยโจว ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน พื้นที่ทุรกันดารประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ 25 ชนเผ่า  สำหรับวิธีการแก้ปัญหาความยากจนสำหรับประชากรบนพื้นที่สูงในบางพื้นที่ไม่มีทางเลี่ยงอื่น จำเป็นต้องใช้การอพยพประชากรลงมาอยู่ในพื้นที่ราบที่อยู่ใกล้เคียงแทน เฉพาะที่มณฑลยูนนานมีการอพยพประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้านคน 

ก่อนการอพยพโยกย้าย เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเข้าไปทำงานทางความคิดอย่างมานะอดทน คือต้องใช้ความพยายามอธิบายกับประชาชนผู้รับผลกระทบให้เข้าใจเหตุผลในการย้ายที่อยู่อาศัย เฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 1 ปี  โดยเจ้าหน้าที่ 1 คนต้องดูแลประมาณ 6 ครัวเรือน 

ในการอพยพประชาชนจากพื้นที่ภูเขาสูงและถิ่นทุรกันดารให้ลงมาอยู่ในพื้นที่ราบ รัฐจะสร้างบ้านขนาด 2 ถึง 3 ชั้นให้เป็นที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ บางพื้นที่สร้างเป็นคอนโด โดยในพื้นที่รองรับจะต้องมีหลักประกันให้พร้อมใน  3 ประการ คือ 1. มีสิ่งอำนวยความสะดวก ถนน น้ำประปา ระบบไฟฟ้า  2. มีโรงเรียน  3.  มีงานทำ มีรายได้เพิ่มขึ้น

ก่อนอพยพย้ายถิ่น

ก่อนออกจากพื้นที่ทุรกันดาร ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าเขาที่ยากแก่การพัฒนา เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับมอบหมายจะเข้าไปทำงานความคิดเตรียมการเพื่อการโยกย้ายกลุ่มประชากรเป้าหมายลงมาอยู่ในที่รัฐจัดให้ การย้ายถิ่นของประชากรมิใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะต้องเกิดจากความสมัครใจและเข้าใจในเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องย้ายลงมาอยู่ในที่ใหม่

มีการสร้างบ้านให้อยู่อาศัย คนวัยแรงงานจะส่งให้เข้าทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมในละแวกนั้น ประชากรที่อพยพลงมาจากพื้นที่ภูเขาสูงจะได้รับการประเมินขนาดครอบครัวว่ามีกำลังแรงงานกี่คน  จัดหางานให้ทำที่อยู่ใกล้บ้านครบทุกคน  สนับสนุนให้ภาคธุรกิจมาสร้างโรงงานในหมู่บ้าน รับกำลังแรงงานให้เข้าทำงาน  ด้วยวิธีการนี้จะช่วยให้ประชากรยากจนที่ย้ายถิ่นลงมาได้มีหลักประกันทั้งในเรื่องที่อยู่อาศัยและมีงานทำ

การดูแลหลังการอพยพ

สำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มิใช่วัยแรงงานจะอาศัยอยู่ในคอนโด มีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเรื่องความสะอาดเป็นการเฉพาะราย  คนชราที่ยังพอทำงานได้ ให้ไปดูแลสวนป่าในพื้นที่ที่ตนเพิ่งอพยพลงมา โดยได้ค่าจ้างค่าตอบแทนวันละ 25 หยวน หรือประมาณ 9,000 หยวนต่อปี  

บางพื้นที่มีที่ดินผืนเล็กๆให้สำหรับใช้ปลูกพืชผักไว้เป็นอาหารแบบพึ่งตนเองอีกด้วย  มีการดูแลประชากรกลุ่มเป้าหมายเพื่อไม่ให้กลับไปยากจนอีก โดยจะให้ความสำคัญต่อการเฝ้าระวังด้านความพิการ  การเจ็บป่วยร้ายแรง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความยากจนอย่างเฉียบพลัน

นอกจากนั้น ความร่วมมือระหว่างมณฑลที่ร่ำรวยทางฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศ เข้ามาช่วยมณฑลที่ยากจนในฝั่งตะวันตกด้วยการเข้าไปลงทุน พัฒนาด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี  การพัฒนาระบบตลาด การเงิน  ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ มีการจ้างงานจากแรงงานในพื้นที่  โดยรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนจำนวนหนึ่ง

ในชุมชนที่มีความยากจนรุนแรง มีคนยากจนจำนวนมาก  ในระยะแรกของการแก้ปัญหาความยากจน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้ชุมชนจำนวนหนึ่ง โดยเป็นการสนับสนุนผ่านระบบสหกรณ์ เพื่อเป็นทุนเริ่มต้นในการพัฒนาอาชีพ การทำการตลาดและการค้าขายผ่านระบบออนไลน์. 

ส.ว.พลเดช ปิ่นประทีป / 1 ธันวาคม 2566