บนเส้นทางประชาสังคม (33) โดย หมอพลเด
ประชาคมนครสวรรค์ บนวิถีแผ่นดินสี่แคว
“เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ”
นครสวรรค์ ปากน้ำโพ หรือชอนตะวัน ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนล่างหรือภาคกลางตอนบน เป็น “ประตูสู่ภาคเหนือ” มีชื่อปรากฏมาตั้งแต่ก่อนสุโขทัยเป็นราชธานี เรียกเมืองพระบาง เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการทำศึกสงครามมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

หลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่าเป็นเมืองเกษตรกรรมมาตั้งแต่ยุคต้นประวัติศาสตร์ เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม เป็นที่ตั้งของกลุ่มชุมชนชาวจีนที่ทำมาค้าขายระหว่างอาณาจักร ปัจจุบัน เศรษฐกิจของจังหวัดมีโครงสร้างหลักมาจากภาคบริการ (ค้าส่ง-ค้าปลีก และบริการ) กับภาคเกษตรกรรมที่มีพืชเศรษฐกิจสำคัญ คือ ข้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ปี 2564 มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม 109,316 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 3 ของภาคเหนือ ภาคบริการมีสัดส่วน 52% มีสินค้า OTOP ที่โดดเด่นได้แก่ ขนมโมจิ ลูกชิ้นปลากราย ตุ่มดักปลา เครื่องจักสานไผ่ พรมเช็ดเท้า ยาดม-ถุงหอมสมุนไพร กาแฟจมูกข้าว ขนมเปี๊ยะ กล้วยอบเนย และผลิตภัณฑ์จากกะลา
แบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคเป็น 15 อำเภอ 130 ตำบล 1,328 หมู่บ้าน ประชากร 1.0 ล้านคน มีองค์กรชุมชน 2,073 แห่ง ชุมชนเข้มแข็ง 44 กรณีศึกษา กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 131 เครือข่าย และสำรวจพบผู้ยากลำบาก 1,585 คน
นครสวรรค์ฟอรั่ม
ด้วยจุดเด่นในเรื่องที่ตั้ง นครสวรรค์กลายเป็นทั้งจุดหมายปลายทางและจุดนัดพบของพ่อค้าวานิช ตั้งแต่ยุคการเดินทางทางน้ำเป็นหลักจนถึงยุคถนนหนทางสะดวกสบายในปัจจุบัน ห้างร้านจำนวนมากในเขตใจกลางเมือง ส่วนใหญ่มีคนไทยเชื้อสายจีนเป็นเจ้าของ ทั้งแต้จิ๋ว ไหหลำ ฮกเกี้ยน ฮากกา ส่วนอำเภอรอบนอกเป็นแหล่งปลูกข้าวชั้นดี เป็นที่มาของท่าข้าวสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ตั้งเรียงรายขนานไปกับลำน้ำเจ้าพระยา
ความเป็นท้องถิ่นที่เพียบพร้อมทั้งศักดิ์(ศรี)และสิน(ทรัพย์) เกิดกลุ่มคนทำงานสาธารณะในนาม“นครสวรรค์ฟอรั่ม” ร่วมงานกับหน่วยงานองค์กรต่างๆมาก่อน กระทั่งได้เข้าร่วมโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่กับสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาและ สสส. จึงเกิดเป็น “มูลนิธิสืบศักดิ์สินแผ่นดินสี่แคว” ขึ้นในปี 2549 เป็นฐานการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน
อภิชาติ พึ่งทอง ผู้ประสานงานหลักของศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัด(ศปจ.นครสวรรค์) เป็นผู้มีส่วนร่วมบุกเบิกงานพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ยังเป็นน้องเล็ก เขามีโอกาสได้ทำงานกับผู้นำรุ่นอาวุโส อาทิ นายแพทย์สมพงษ์ ยูงทอง(รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์) อาจารย์พรรณภัทร์ ใจเอื้อ(มรภ.นครสวรรค์) อดิศักดิ์ จันทวิชานุวงศ์(มูลนิธิสืบศักดิ์สินฯ) ไพศาล เจียนศิริจินดา(มูลนิธิเครือข่ายโรงเรียนชาวนา) พรหมมา สุวรรณศรี(เครือข่ายอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก) ถนอม ช่วยงาน(เครือข่ายอนุรักษ์ผืนป่าตะวันออก) และวิสุทธิ์ บุญญะโสภิต(สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ) ฯลฯ
อนุรักษ์ธรรมชาติ พัฒนาสังคม
ปี 2532 เป็นจุดเริ่มต้นของงานประชาสังคม เมื่อมีองค์กรเอ็นจีโอเข้ามาริเริ่มโครงการ Save the Children, มูลนิธิคนเพียงไพรทำโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ, มูลนิธิบูรณะชนบทฯทำวิจัยในพื้นที่อำเภอไพศาลี
ปี 2542 ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐบาลมีโครงการกองทุน SIF เครือข่ายอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก ได้รับการสนับสนุนให้ดูแลอนุรักษ์พื้นที่ป่าแม่วงก์ พัฒนาระบบประปาภูเขา ฝายกั้นน้ำ ส่วนเครือข่ายอนุรักษ์ผืนป่าตะวันออก ทำโครงการอนุรักษ์ป่า อนุรักษ์น้ำ ทำโรงสีชุมชน จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวในเวลาต่อมา ส่วนตัวเขาทำหน้าที่เป็นเลขานุการทีมงานกองกลาง
ปี 2545 เกิดสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)รับช่วงงานต่อจากกองทุน SIF เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดที่ตรอกลิเก จึงร่วมกันทำโครงการบ้านมั่นคงขึ้นทดแทน 2 แห่ง โดยขอเช่าที่กรมธนารักษ์ นำมาสร้างบ้าน-สร้างชุมชนขึ้นใหม่ จำนวน 50 หลัง
ปี 2551 มี พรบ.สภาองค์กรชุมชน ทีมนครสวรรค์ร่วมบุกเบิก ก่อตั้งสภาองค์กรชุมชนจนครบทั้ง 132 ตำบล ส่วนที่โดดเด่นแข็งแรงมีประมาณ 40 แห่ง ที่เหลืออยู่ในขั้นการพัฒนา ปัจจุบัน สสส.ได้เข้ามาช่วยต่อยอดงาน โดยผ่านโครงการโหนดชุมชนสุขภาวะ (Node) ทำเรื่องสุขภาพผู้สูงอายุ สังคมสุขภาวะสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ปีล่าสุดได้รับการสนับสนุนทุนจาก สสส.และ อบจ. รวม 70 โครงการ
ปี 2559 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ทำโครงการเครือข่ายจิตอาสาประชารัฐ สำรวจผู้ยากลำบากในชุมชนทั่วประเทศและให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ได้จัดตั้ง ศปจ.นครสวรรค์ เพื่อเป็นพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสานงาน ทำงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชน เกิดเครือข่ายอาสาสมัครครอบคลุมทุกตำบล ดำเนินการกันมาจนถึงปัจจุบัน และยังเข้าร่วมก่อตั้งสภาประชาสังคมไทยในปี 2564 ด้วย
โรงเรียนชาวนา สมาร์ทฟาร์ม
ปี 2547 ริเริ่มโครงการโรงเรียนชาวนา ในรูปแบบของศูนย์เรียนรู้ชุมชน อาศัยทุ่งนาเป็นห้องเรียน ก่อรูปจากปัญหาการทำเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้สารเคมีมาก ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ อยู่ภายใต้ห่วงโซ่การผลิตแบบพึ่งพาตลาดและพ่อค้าปุ๋ย
ที่นั่น ทุกคนเป็นทั้งครูและนักเรียนไปด้วยกัน มีกลุ่มเกษตรกร 1,500 คน จากอำเภอต่าง ๆ เข้าร่วม เรียนรู้ชีวิตชาวนาทุกเรื่องราวไม่เฉพาะการทำนา กลุ่มได้พัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ 3 สายพันธุ์ เช่น ขาวเกยชัย ช่อราตรี
หลักสูตรของโรงเรียนชาวนา สอนการปลูกข้าวด้วยปุ๋ยอินทรีย์ จนสามารถเพิ่มผลผลิตจาก 85 ถัง/ไร่ เป็นเกิน 100 ถัง/ไร่ และลดค่าใช้จ่ายลงจาก 2,500 บาท/ไร่ เหลือเพียง 1,400 บาท/ไร่ ชาวนามีสุขภาพดีขึ้น เครือข่ายขยายตัวไปทุกอำเภอ รวม 70 แห่ง
แต่น่าเสียดาย ต้องมาโดนผลกระทบจากนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล ทำให้ปัจจุบันคงเหลือโรงเรียนเพียง 10-20 แห่งเท่านั้น ส่วนคนรุ่นใหม่ที่หันกลับมาภาคเกษตรในระยะหลัง มักไปสนใจโครงการยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) อยากเป็นนักแปรรูปทางการเกษตร
มองไปข้างหน้า
เขาเห็นว่า การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเปลี่ยนบ่อยมากทำให้ขาดนโยบายงานพัฒนาที่ต่อเนื่อง นอกจากนั้น ตัวแทนภาคประชาสังคมที่เข้าไปนั่งเป็นกรรมการ กบจ. กบอ. หลายท่านยังไม่สามารถเป็นปากเป็นเสียงแทนชาวบ้านได้เท่าที่ควร ขณะเดียวกันกรณีโครงการเมืองหินเขากะลาและเหมืองหินหนองโพก็ต้องการกระบวนการ EHIA ที่มีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อมั่นว่าประชาคมนครสวรรค์เดินมาถูกทางแล้ว เวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครสวรรค์ครั้งล่าสุดได้กำหนด Theme ในการขับเคลื่อนว่า “นครสวรรค์ สวรรค์ของคนทุกคน” โดยเฉพาะการเชื่อมกับ “ขบวนภาคี ASA”ของ 9 องค์กรตระกูล ส.ที่เป็นแม่ข่าย เป็นโอกาสที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานภาคประชาสังคม ตนมั่นใจว่าภายใน 5 ปี เครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดจะไปถึงจุดที่สามารถจัดการตัวเองได้ในทุกด้าน.
……………..
” ชมคนด้วยวาจา มีค่ายิ่งกว่ามอบไข่มุกเป็นของขวัญ.. ทำร้ายคนด้วยวาจา สาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทงด้วยหอกดาบ.” ซุนวู.
