สถาบันวิจัยสังคมยูนนาน | จีนแก้จน (23)

สถาบันวิจัยสังคมยูนนาน (Yunnan Academy of Social Science) ตั้งอยู่ในนครคุนหมิง  

สถาบันวิจัยสังคมยูนนาน | จีนแก้จน (23)

คณะศึกษาดูงานได้ไปเยี่ยมชมและพบปะผู้บริหารและนักวิจัยประจำสถาบัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และประสบการณ์

แต่เดิม ที่นี่เป็นสถาบันวิจัยประวัติศาสตร์ของมณฑลยูนาน ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1960 เน้นการวิจัยปัญหาด้านชนกลุ่มน้อย ต่อมาในปี ค.ศ. 1980 มีการวิจัยปัญหาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาของเอเชียอาคเนย์ ปากีสถานและอินเดีย สถาบันวิจัยสังคมยูนนานได้ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เน้นเอเชียอาคเนย์ ได้แก่ ประเทศไทย ลาว เวียดนาม พม่า กัมพูชา รวมถึงอินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน  

ปัจจุบัน สถาบันวิจัยมีบุคลากร 290 คน  ทำการวิจัยปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาความยากจน วิจัยปัญหาชนกลุ่มน้อย วิจัยด้านการสร้างความสามัคคีของคนชาติจีน วิจัยด้านประวัติศาสตร์ วรรกรรมและศาสนา เป็นต้น   ทั้งนี้ประเด็นการวิจัยเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศจีนก็เป็นเรื่องที่ทางสถาบันฯ ให้ความสนใจมากเช่นกัน

สำหรับภารกิจการแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ของมณฑลยูนนาน ในทางวิชาการนั้นมหาวิทยาลัยกว่างซีมีบทบาทอย่างสูงในด้านการขับเคลื่อน ส่งเสริมเทคโนโลยีและงานทางด้านวิชาการมากกว่า ส่วนสถาบันวิจัยสังคมยูนนานมีบทบาทในงานศึกษาวิจัยเป็นหลัก

จากขจัดยากจน สู่ฟื้นฟูพัฒนา

ภายหลังสำนักงานลดความยากจนมณฑลยูนนานประกาศให้หมู่บ้านยากจน 8,502 แห่งในอำเภอยากจน 88 แห่งทั่วมณฑลยูนนานหลุดพ้นจากความยากจนอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 รัฐบาลมณฑลยูนนานยังคงติดตามสถานการณ์ความยากจนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาผลสำเร็จและป้องกันประชาชนกลับมายากจนจากปัจจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะจากสถานการณ์โรคระบาด

ล่าสุด มณฑลยูนนานได้ประกาศ “ยุทธศาสตร์ฟื้นฟูชนบท” ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ฉบับที่ 14 (ปี 2564-2568) โดยมีแนวคิด “ใช้อุตสาหกรรมช่วยเสริมเกษตรกรรม ใช้เมืองช่วยผลักดันชนบท” 

มุ่งให้เกิดการพัฒนาที่สมดุล และสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างภาคเกษตรกรรมกับภาคอุตสาหกรรม สร้างความเจริญทั้งในพื้นที่เมืองและพื้นที่ชนบท ผลักดันการเกษตรทันสมัยที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูง สร้างชนบททันสมัยที่น่าอยู่ และทำให้เกษตรกรมีความมั่งคั่ง ผ่านมาตรการต่าง ๆ  ดังนี้

1. ยกระดับคุณภาพและประโยชน์ของเกษตรที่ราบสูงทันสมัยที่มีเอกลักษณ์  ผลักดันการทำการเกษตรที่มีขนาดเหมาะสมและปฏิรูปการเกษตรรูปแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรที่ทันสมัย ได้แก่ 

(1) รับประกันปริมาณการผลิตพืชอาหารและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่สำคัญ รวมทั้งเร่งผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมสุกรและโคเนื้อ อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และธุรกิจอีคอมเมิร์ซในชนบท 

(2) เสริมสร้างหลักประกันสำหรับปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาการเกษตร เช่น น้ำ เทคโนโลยี โลจิสติกส์ โกดังแบบควบคุมอุณหภูมิ และแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพย้อนกลับ 

(3) ผลักดันทรัพยากรมนุษย์ในชนบท โดยคัดเลือกเจ้าหน้าที่รัฐที่มีคุณภาพไปปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า และจัดสรรสวัสดิการให้แก่อาจารย์และบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ชนบท 

(4) พัฒนาเกษตรกรรมที่มีขนาดเหมาะสมในหลากหลายรูปแบบ

(5) บ่มเพาะองค์กรธุรกิจรูปแบบใหม่ที่มีความแข็งแกร่ง ทั้งเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร และวิสาหกิจรายใหญ่ 

(6) เร่งพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะ สร้างเขตต้นแบบการเกษตรอัจฉริยะระดับชาติ สร้างระบบอุปทานสินค้าเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สร้างแพลตฟอร์มการเกษตรอีคอมเมิร์ซ

2. ดำเนินปฏิบัติการพัฒนาชนบทที่สวยงาม โดยมีองค์ประกอบด้านระบบนิเวศที่น่าอยู่ อุตสาหกรรมรุ่งเรือง วัฒนธรรมอารยะ ความเป็นอยู่มั่งคั่ง และธรรมาภิบาลที่มีประสิทธิภาพ ผ่านมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ 

(1) “ร้อย พัน หมื่น” กล่าวคือ สร้างตำบลต้นแบบ 100 แห่ง หมู่บ้านต้นแบบ 1,000 แห่ง และชุมชนต้นแบบ 10,000 แห่ง

(2) ผลักดันแผนงานชุมชนระดับชุมชนทั่วทั้งหมดภายใน 3 ปี 

(3) อนุรักษ์เอกลักษณ์ของชุมชนและชนบท ค้นหาทรัพยากรและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการสร้างจุดเด่นและการพัฒนาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ 

(4) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชนบท 

(5) ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยของเกษตรกรในชนบท

(6) พัฒนาสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตของประชากรในเขตชนบท

(7) เสริมสร้างและปรับปรุงธรรมาภิบาลในชนบท

3. ผลักดันการพัฒนาพื้นที่เขตภูเขา เพื่อเปลี่ยน “น้ำใสและภูเขาเขียว” ของมณฑลยูนนานให้กลายเป็น “ภูเขาเงิน ภูเขาทอง” ที่จะช่วยให้ประชาชนทุกชาติพันธุ์มีความมั่งคั่ง ได้แก่ 

(1) ยึดหลักการ “อนุรักษ์” เป็นอันดับแรก 

(2) เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพสูง

(3) ผลักดันการพัฒนาแบบบูรณาการระหว่างการเกษตรทันสมัยกับภาคบริการทันสมัย

4. ปฏิรูปชนบทในเชิงลึก ได้แก่ 

(1) ผลักดันการปฏิรูประบบที่ดินในชนบท 

(2) ปฏิรูประบบที่ดินสำหรับที่พักอาศัยในชนบท

(3) ปฏิรูประบบการถือสิทธิร่วมกันในชนบท 

(4) ปฏิรูปในสาขาเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและชนบท

หมอพลเดช ปิ่นประทีป / 26 ธันวาคม 2566