รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 82) “คุณธรรมหนองสาหร่าย หายจนลดเหลื่อมล้ำ”

พิกัดที่ตั้ง   

บ้านหนองสาหร่าย  ตำบลหนองสาหร่าย  อำเภอพนมทวน  จังหวัดกาญจนบุรี

รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 82) “คุณธรรมหนองสาหร่าย หายจนลดเหลื่อมล้ำ”

ภาพรวม  

ชุมชนตำบลหนองสาหร่าย เป็นต้นแบบของชุมชนเข้มแข็งของภาคกลาง-ตะวันตก  ภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบ ลักษณะดินปนทราย มีคลองชลประทาน ส่งน้ำทั่วถึงทุกหมู่บ้าน ถนนหนทางสะดวก มีสาธารณูปโภคพร้อมมูล เป็นตำบลขนาดเล็ก มี 9 หมู่บ้าน เนื้อที่ 26.95 ตารางกิโลเมตร ประชากรรวม 859 ครัวเรือน  3,622 คน   

ประวัติศาสตร์การบุกเบิกก่อตั้งตำบลหนองสาหร่าย  เริ่มมาจากผู้นำชุมชนกลุ่มหนึ่งรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมในด้านงบประมาณการพัฒนาหมู่บ้าน จึงได้ต่อสู้ดิ้นรนขอแยกตัวออกมาจากเขตการปกครองเดิม คืออำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี จนกระทั่งประสพผลสำเร็จ ได้รับประกาศจัดตั้งเป็นตำบลใหม่ของอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ ปี 2535  

ด้วยพื้นฐานของชุมชนหมู่บ้านที่เกิดมาจากการต่อสู้และมีผู้นำที่เข้มแข็งเช่นนี้  เมื่อประกอบกับภายในชุมชนมีสายสัมพันธ์เป็นแบบเครือญาติ  ทำให้ชุมชนมีความรักสามัคคีเป็นปึกแผ่น  มีกระบวนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง  กลุ่มผู้นำเลือกใช้เทคนิคกระบวนการแผนแม่บทชุมชนเป็นเครื่องมือ   มี “สภา 79” เป็นกลไกเวทีของผู้นำที่เข้มแข็ง เคียงคู่กับ “สภาท้องถิ่น”ตามรูปแบบ  

นอกจากนั้นยังมีระบบการประชุม “ผู้นำระดับคุ้ม”ที่มีลักษณะเป็นเนืองนิจ  ใช้แนวทางการเมืองเชิงสมานฉันท์ในการทำงานและคัดสรรตัวบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งบริหาร ทั้งในระดับตำบลและชุมชนหมู่บ้าน  จึงสามารถป้องกันความขัดแย้งแตกแยกทางสังคมได้อย่างน่าชื่นชม

สังเคราะห์บทเรียนรู้

ช่วงก่อตั้งชุมชน (ปี 2535-2540)  เป็นช่วงบุกเบิกบ้านใหม่ บอกลาความเหลื่อมล้ำ กลุ่มผู้นำต้องบุกเบิกสร้างชุมชน ท้องถิ่น-ท้องที่ กันขึ้นมาใหม่  ปัญหาท้าทาย คือ ทรัพยากรน้ำการเกษตร ไม่มีคลอง ไม่มีน้ำชลประทาน แต่ความยากลำบากและการต่อสู้ไม่ได้ทำให้ชุมชนท้อถอย แต่กลับยิ่งมีความรักสามัคคีเป็นปึกแผ่นกันยิ่งขึ้น  ได้รับงบประมาณการพัฒนามาเท่าไร ก็สามารถแบ่งสันปันส่วนกันทั่วถึงทุกหมู่บ้านด้วยความเป็นธรรม

ช่วงก่อตั้งกลไกจัดการ “งานพัฒนา” ของชุมชน (ปี 2541- 2551)  เมื่อตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ได้ใช้ “สภาตำบลหนองสาหร่าย”เป็นกลไกในการพัฒนาหมู่บ้านและตำบลของตนอย่างจริงจัง  นำแนวคิด “การเมืองเชิงสมานฉันท์”เข้ามาใช้ในการสร้างความเป็นเอกภาพ  โดยจัดให้มีเวทีการประชุมในระดับชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน เคียงคู่กัน ฝึกฝนผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก  จนเป็นที่มาของกลไกสภาผู้นำชุมชน  เรียกชื่อกันว่า “สภา 79” 

กลุ่มผู้นำริเริ่มนำเทคนิค “การสำรวจข้อมูลครัวเรือน” และ “การจัดทำแผนชีวิตชุมชน”มาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการปัญหาชุมชน  มุ่งพัฒนาศักยภาพของพลเมืองและสร้างความเป็นชุมชนเข้มแข็งอย่างจริงจัง และดำเนินการอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา  

ในกระบวนจัดทำแผนชีวิตชุมชนหรือแผนแม่บทชุมชนนี่เอง  ทำให้เกิดการรวมกลุ่มของชาวบ้านกันขึ้นมาอย่างหลากหลาย ปัจจุบันมีองค์กรชุมชนเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 42 กลุ่ม มีสมาชิก 8,536 คน หรือเฉลี่ย 203 คน/กลุ่ม 

ช่วงยกสถานะเป็นเทศบาลตำบล (ปี 2551- ปัจจุบัน)  วิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540  ชุมชนหนองสาหร่ายได้รับผลกระทบจากแรงงานคืนถิ่นเช่นเดียวกัน แต่ผู้นำได้ผลิกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาหันมาสู่วิถีเกษตรทฤษฎีใหม่และเน้นการดูแลสุขภาพ  จนสามารถแก้ไขฟื้นฟูชุมชนขึ้นมาได้ ด้วยพื้นฐานการเกษตรกรรมและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

จากฐานทุนความรักสามัคคี มีเอกภาพ เป็นปึกแผ่นของชุมชน ทำให้สามารถจัดการกับปัญหาทางเศรษฐกิจสังคม การทำมาหากินและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้นเรื่อยมาตามลำดับตลอดระยะเวลา 30 ปีของการบุกเบิกสร้างสรรค์ตำบลที่เกิดใหม่ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ 10 ปีล่าสุด  ตำบลหนองสาหร่ายได้นำแนวคิดด้าน “สังคมคุณธรรม” มาสร้างสรรค์แนวทางในการจัดการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน  เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มการออม  พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยวิถีแห่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรเพิ่มมูลค่า ท่องเที่ยววิถีเกษตรกรรมชุมชน  

รวมทั้งจัดระบบสวัสดิการชีวิตชุมชน  ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง  และนำแนวคิด “ความสุขมวลรวมประชาชาติ”(GDH-Gross Domestic Happiness)มาสร้างสรรค์พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม  ใช้ลักษณะ “ความดี 22 อย่าง 63 ตัวชี้วัด”เป็นเครื่องมือ  มี“ธนาคารความดี” ที่ดำเนินงานจริง สามารถเป็นต้นแบบได้

รูปแบบการจัดการตนเองเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของชุมชนท้องถิ่นของตำบลหนองสาหร่าย  กล่าวได้ว่าเป็น “5G Model” เป็นหนองสาหร่ายโมเดลที่ประสบความสำเร็จ  ซึ่งประกอบด้วย  5 ส่วน คือ Good Leader. Good Team. Good Planning.Good Participation. Good Quality of Life.

นพ.พลเดช  ปิ่นประทีป / 27 ก.ค. 2564