ภาคธุรกิจช่วยชาติ | จีนแก้จน (ฉบับที่ 13)

ตัวอย่างที่ 1 หมู่บ้านต้าลู่

ตั้งอยู่ในตำบลกู่หล้า อำเภอปินหยาง นครหนานหนิง เป็นหมู่บ้านของเกษตรกร แต่เดิมคนทั่วไปมีอาชีพปลูกข้าวในแปลงนาขนาดเล็ก ทำนาข้าวสำหรับการบริโภคภายในครอบครัวเท่านั้น  

ต่อมารัฐบาลได้ชักชวนให้เกษตรกรในชุมชนรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ ร่วมกันทำการปลูกข้าวในพื้นที่กว้างขึ้นจนเกิดการต่อเนื่องเป็นแปลงนาผืนใหญ่

ภาคธุรกิจเอกชนได้นำไอเดียของการทำงานศิลปะบนนาข้าว (Tanbo Art) มาทำการออกแบบเป็นรูปภาพตัวละครในวรรณคดี จนกลายเป็นจุดดึงดูดการท่องเที่ยว นำรายได้เข้ามาสู่หมู่บ้าน ครัวเรือนพ้นจากความยากจน มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีหลักประกันในการดำรงชีวิต

ภาคธุรกิจช่วยชาติ | จีนแก้จน (ฉบับที่ 13)

ตัวอย่างที่ 2 ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวชุมชน

ตั้งอยู่ที่ตำบลกู่หล้า อำเภอปินหยาง นครหนานหนิง เป็นศูนย์วิจัยเล็กๆที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลท้องถิ่น ดำเนินการโดยร่วมกับบริษัทเอกชน ตั้งอยู่ท่ามกลางแปลงนาข้าวของชุมชน มีห้องปฏิบัติการติดตามเก็บ ประมวล และแสดงผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำนาทุกแปลงในพื้นที่รับผิดชอบแบบเรียลไทม์ด้วยการเชื่อมโยงระบบ IOT (Internet of Things) 

เทคโนโยลีจากภาคเอกชน ช่วยให้มีข้อมูลพันธุ์ข้าว คุณภาพดิน แร่ธาตุสารอาหารในดิน ปุ๋ย ปริมาณน้ำ ความชื้น ปริมาณแสงแดด อุณหภูมิ อายุและระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ศูนย์วิจัยฯจะนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ว่าแต่ละพื้นที่เหมาะกับการปลูกข้าวชนิดใด รวบรวมข้อมูลศัตรูพืชและแมลงในเดือนสิงหาคมของทุกปี ใช้ระบบสมองกล (AI Artificial Intelligence) ประมวลผลแบบอัติโนมัติ แสดงผลให้ชาวนาได้รับทราบและนำไปดำเนินการตามสภาพปัญหา

ตัวอย่างที่ 3 หมู่บ้านหยงฟู่

ตั้งอยู่ในตำบลซื่อจิ้ว อำเภอฟู่เหมิน นครคุนหมิง เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม  เป็นชุมชนนวัตวิถีในแบบของจีนที่เน้นการผสมผสานแนวคิด “การเกษตร + วัฒนธรรม + การสร้างสรรค์ + ชนบทสมัยใหม่”  

อีกทั้งยังมีประวัติศาสตร์ชุมชนที่เกี่ยวกับการเดินทัพทางไกลของประธานเหมาและกองทัพแดงมาเล่าขาน จึงสามารถพัฒนาหมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตร วัฒนธรรมและสุขภาพที่มีชื่อเสียง 

ตำบลซื่อจิ้ว มีประชากร 10,270 คน ร้อยละ 85 เป็นเกษตรกร อาชีพทำสวน ปลูกผลไม้ที่มีราคาสูง เช่น เชอรี่ บ๊วย กีวี เกาลัด มีการเพาะเห็ดทรัฟเฟิล (Truffle) ปลูกข้าว เลี้ยงวัว แพะ ไก่ ทั้งยังมีการรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์  

พื้นที่ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านได้เปิดให้บริษัทเอกชนเช่าพื้นที่เป็นระยะเวลา 30 ปี มีการวางแบบแปลน จัดโซนนิ่งสิ่งปลูกสร้างต่างๆ มีบ้านพักเพื่อการท่องเที่ยว มีรัฐเป็นผู้สร้างระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด ทำให้เกิดการจ้างงานในหมู่บ้าน 300 กว่าตำแหน่ง โดยหมู่บ้านแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 300,000 คนต่อปี 

บทรายงานจาก THAIBIZCHINA.COM ระบุว่า สีจิ้นผิงเคยย้ำว่าการขจัดความยากจนมิได้เป็นเพียงความรับผิดชอบของรัฐบาลเท่านั้น องค์กรเอกชนต้องมีส่วนร่วมด้วย  ในปี 2563 มีบริษัทเอกชนของจีนกว่า 46,200 แห่ง ได้ให้ความช่วยเหลือหมู่บ้านยากจน มูลค่ารวมกว่า 52.7 พันล้านหยวน

การเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชนช่วยให้เกิดการวิเคราะห์ในเชิงลึกและให้ความช่วยเหลืออย่างยั่งยืน เช่น การประกันการตกงาน ช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว เห็นได้จากหลายกรณีที่การเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความยากจนของภาคเอกชนสามารถช่วยส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้สำหรับคนยากจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยกตัวอย่างกรณีของสายการบิน Spring Airlines ในปี 2563 ได้ทำความร่วมมือกับสถาบันการบินพลเรือนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้คายฟ่าง จัดหลักสูตรการศึกษา 2 ปี ภายใต้โครงการ “บรรลุฝัน บินอยู่บนท้องฟ้า” รับสมัครนักเรียนยากจน 18 คน จากเขตปกครองตนเองหงเหอ มณฑลยูนนาน เข้าศึกษาเพื่อประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยนักเรียนได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียน 15,000 หยวน ได้รับค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ค่าที่พักและค่าอาหาร หลังจากจบหลักสูตรจะได้บรรจุเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบิน

หรือตัวอย่างกรณีบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ สัญชาติไทยซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในการลงทุนและดำเนินธุรกิจในจีน ได้มีส่วนร่วมกับภาครัฐจีนในการบรรเทาความยากจน โดยได้ลงนามสัญญาร่วมมือกับอาลีบาบาและแอนท์กรุ๊ปด้านการค้าออนไลน์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชนบทให้หลุดพ้นจากความยากจน โดยเน้นที่การช่วยเหลือด้านเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรจากชนบทสู่คนเมือง เพิ่มบริการด้านการสนับสนุนทางการเงินเพื่อชนบท 

นอกจากนั้น ยังลงนามร่วมกับรัฐบาลเขตตงชวนในนครคุนหมิง บริษัท Kunming Industrial Development and Investment จำกัด และธนาคารท้องถิ่น เพื่อจัดตั้งโครงการฟาร์ม ไก่ไข่ครบวงจร 3 ล้านตัว โดยรัฐบาลท้องถิ่นได้ให้การสนับสนุนด้านที่ดิน สาธารณูปโภค และค่าดอกเบี้ยที่เกิดจากรัฐวิสาหกิจท้องถิ่นกู้เงินเพื่อการลงทุนจากธนาคารท้องถิ่น  เจ้าของที่ดินจะได้รับเงินปันผลหลังจากที่บริษัทจ่ายค่าเช่าที่ดินแล้ว

ส่วน สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ได้สังเคราะห์ในประเด็นนี้เอาไว้ว่า

 สิ่งที่นักธุรกิจจีนแตกต่างจากนักธุรกิจทั่วไปในระบบทุนนิยม ก็คือพวกเขาต้องยอมรับแนวทางและนโยบายของรัฐบาลจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีหลังๆ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ที่เน้นเรื่องการขจัดความยากจนให้สูญสิ้นไปจากประเทศจีนให้ได้  จึงมีภารกิจต้องช่วยเหลือรัฐบาลในการขจัดความยากจนให้แก่เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ล้าหลัง อยู่ห่างไกลจากเมือง อยู่บนภูเขาสูง ซึ่งมักเป็นกลุ่มชนชาติส่วนน้อย.