สุพจน์-เบญจมาศ ประชาคมภูเก็ต (05)

บนเส้นทางประชาสังคมจังหวัด ตอนที่ 5 โดย หมอพลเดช

ภูเก็ต (ชื่อเดิม ภูเก็จ) จังหวัดภาคใต้ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ อยู่บนทะเลอันดามัน มีข้อสันนิษฐานว่าในอดีตน่าจะเป็นแหลมที่ติดกับแผ่นดินใหญ่ชื่อ “แหลมตะโกลา” 

หรือชาวยุโรปเรียก “จังซีลอน” ก่อนที่พื้นดินบริเวณช่องปากพระจะกลายเป็นร่องน้ำที่ถูกกัดเซาะ แยกออกจากแผ่นดินใหญ่ ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรอินเดียโดยมีเกาะเล็ก ๆ อีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในอาณาเขต ทางทิศใต้และตะวันออก 

ภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวและตากอากาศที่ร้อนแรงแห่งยุค มีหาดทรายสีทอง น้ำทะเลสีครามสดใส มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ผันตัวเองมาจากกิจการเหมืองแร่ดีบุกในอดีตจนกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ 

มีเนื้อที่ 543 ตร.กม. แบ่งการปกครองเป็น 3 อำเภอ 17 ตำบล 104 หมู่บ้าน มีประชากร 4.23 แสนคน (ปี 2566) มีองค์กรชุมชน 403 องค์กร ชุมชนเข้มแข็งต้นแบบ 10กรณีศึกษา เช่น บ้านบางชีเหล้า บ้านกู้กู ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว มีกลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 90 เครือข่าย เคยสำรวจพบผู้ยากลำบากที่ถูกทอดทิ้งและช่วยเหลือเบื้องต้น 414 คน

” สุพจน์-เบญจมาศ ประชาคมภูเก็ต “

งานประชาสังคมในจังหวัดภูเก็ต สามารถอนุมานได้จากบทบาทและผลงานของผู้เป็นกลุ่มแกนประสานงาน โดยสังเขป ดังนี้

สุพจน์ สงวนกิตติพันธุ์

สุพจน์ สงวนกิตติพันธุ์, เจริญ ถิ่นเกาะแก้ว และมนตรี สุขสม เป็นกลุ่มพลเมืองภูเก็ตรุ่นแรก ๆ ที่เข้าร่วมขบวนประชาสังคมในกระบวนการจัดทำวิสัยทัศน์จังหวัดในยุคแผน 9 ตามด้วยโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ในช่วงปี 2546-2549 โดยขับเคลื่อนประชาคมภูเก็ตอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  

สุพจน์ เป็นกรรมการสโมสรไลอ้อน องค์กรการกุศลระดับโลก ที่มีเครือข่ายภาคธุรกิจและหอการค้าเป็นสมาชิก จึงมีบทบาทเชื่อมโยงนักธุรกิจกับงานพัฒนาสังคมได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังได้รับการเลือกให้เป็นประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด ทำงานร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมาเป็นเวลานานจนได้รับความยอมรับจากผู้ทรงคุณวุฒิและส่วนราชการอย่างกว้างขวาง   

เขาเป็นตัวตั้งตัวตีในการขับเคลื่อนงานประชาสังคมในจังหวัดภูเก็ต โดยเชื่อมโยงผู้นำชุมชนและผู้ทรงคุณวุฒิทางสังคมกับหน่วยงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ดำเนินการมาตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540  เคยนำพาเครือข่ายเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มการะเกด 2549  

นอกจากนั้น ยังเป็นผู้ประสานงานศูนย์พัฒนาการภาคพลเมืองของสถาบันพระปกเกล้า สร้างเครือข่าย ติดอาวุธทางปัญญาแก่แกนนำชุมชนภาคพลเมือง สร้างต้นแบบการรับรู้กระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะ และเคยได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนภูมิภาคในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติอีกด้วย 

ส่วน ‘เจริญ’ เป็นนักจัดรายการวิทยุ ผู้เชื่อมโยงเครือข่ายสื่อมวลชน นักพัฒนา และนักสื่อสารสังคมในจังหวัดภาคใต้  ในขณะที่ ‘มนตรี’ เป็นนักวิชาการสาธารณสุขระดับอาวุโสของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ สปสช.ภูเก็ต เป็นแกนประสานงานด้านการปฏิรูประบบสุขภาพและการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ  

เบญจมาศ ช่วยเกื้อ เป็น อสม. ที่ทำงานมายาวนาน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการของสมาคม อสม.จังหวัดภูเก็ต เข้ามาช่วยงานประชาคมภูเก็ตในช่วงหลัง เริ่มจากการเป็นลูกจ้างองค์กรธุรกิจเอกชนของสุพจน์ รับผิดชอบดูแลเรื่องแรงงานพม่าที่เข้ามาทำงานก่อสร้างให้กับบริษัท เคยเป็นเลขานุการของนายก อบต. ตั้งใจเข้ามาช่วยทำงานในด้านลงพื้นที่ทำงานในภาคสนามเป็นด้านหลัก 

เธอได้รับการสอนงานจากสุพจน์ เรียนรู้เป้าหมายภารกิจ หลักการทำงาน และสานสัมพันธ์กับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมทั้งภายในจังหวัดและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ จนเมื่อสุพจน์ถึงคราวสิ้นบุญ เธอจึงได้รับการยอมรับโดยเอกฉันท์ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ทำหน้าที่ผู้ประสานงานหลักแทน และประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง จ.ภูเก็ต

ศปจ.ภูเก็ต

ประชาคมภูเก็ต มีศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัดภูเก็ต (ศปจ.)  เป็นกลไกพื้นที่กลาง เบญจารับผิดชอบเป็นประธานศูนย์ประสานงานฯ โดยมีสมาคมประชาคมภูเก็จเป็นองค์นิติบุคคลรองรับการดำเนินงานทางด้านกฎหมาย มีเจริญเป็นผู้กำกับดูแล  

ปี 2560 ประชาคมภูเก็ตได้เข้าร่วมทำโครงการจิตอาสาประชารัฐกับสำนักคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ส่งเครือข่ายจิตอาสาประชารัฐลงพื้นที่ทำการค้นหาผู้ยากลำบากที่ถูกทอดทิ้งในชุมชน  ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐระดับอำเภอ-จังหวัด จัดทำฐานข้อมูลตามระบบ สรุป และส่งข้อมูลเข้าสู่ส่วนกลาง

ประชาคมภูเก็ตยังคงอาศัยเครือข่าย อสม. เป็นฐานกำลังหลักในการทำงาน ปัจจุบันมีความเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม มีงานส่วนรวมเยอะ แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่มีงบประมาณมาด้วย ทำให้ต้องใช้วิธีทำงานแบบบูรณาการโดยอาศัยงบประมาณจากโครงการของกองทุนสุขภาพท้องถิ่นของ สปสช. ควบคู่ไปกับการทำงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในระดับชุมชนหมู่บ้าน

สำหรับงานของกระทรวง พม. นั้น ศปจ. ทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนในด้านการจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ ส่วนงานของสภาวัฒนธรรมในระดับอำเภอและตำบล มีโครงการหนึ่งเมนูหนึ่งจังหวัด ส่งเสริมอาชีพ การประกวดแข่งขันผลงานชุมชน 

ทางด้านงานของกองทุน สสส. ภูเก็ตเป็นศูนย์จัดการชุมชน (node) ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนสุขภาวะเช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ สามารถส่งเสริมองค์กรภาคประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนในด้านงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ยังคงเน้นเรื่องเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน ในขณะที่งานของ สช. ปัจจุบันไม่มีงบประมาณสนับสนุน

เมื่อถามถึงความพอใจต่อสถานะปัจจุบัน เบญจาตอบว่า “พอใจในระดับหนึ่ง”  ผลงานต่างทะยอยกันออกมา ความเป็นจริงแยกส่วนกันทำ ยังไม่เป็นปึกแผ่นมากนัก ปกติ ‘ประชาคมภูเก็ต’ มักเป็นเช่นนี้ ถ้าไม่มีวิกฤติร่วมของชุมชนก็รวมตัวยาก.

“Pleasure in the job puts perfection in the work.” 

Aristotle.

ความสุขในงานนำมาซึ่งความสมบูรณ์แบบของผลงาน.

7 เม.ย. 2568