รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 31) “ต้นแบบแก้จน ที่แม่ฮ่องสอน”

เมื่อปี 2559 ในขณะที่ข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนมากที่สุดของประเทศไทย โดยมีสัดส่วนร้อยละ 39.21

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้พิจารณาข้อมูลจังหวัดพบว่าแม่ฮ่องสอนมี SME จำนวน 7,235 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.24 ของทั้งประเทศ จัดเป็นจังหวัดที่มี SME เป็นลำดับที่ 76 (จังหวัดที่มี SME น้อยที่สุดคือจังหวัดสมุทรสงคราม มี SME จำนวน 6,790 ราย)

SME ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนแยกเป็น นิติบุคคล 433 ราย บุคคลทั่วไปหรือจดทะเบียนพาณิชย์  6,292 ราย และเป็นวิสาหกิจชุมชน  510 ราย

ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่เพื่อพบประชาชนชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามการดำเนินโครงการตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจน เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 ได้มีข้อสั่งการให้ สสว. ดำเนินการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์การเกษตรฯ และจัดหาช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์ให้กับผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของ ๕ กลุ่มชุมชน อาทิ กล้วยตาก กาแฟ กระเทียม ผลิตผลจากป่า เลี้ยงไก่ ผลิตภัณฑ์จากแกะ

ให้ส่งเสริม วิจัยและพัฒนาการปลูก “พืชบุก” และเงินทุนในการปลูกพืช (บุก) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากวนเกษตร ส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากพืชอาหาร การพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรอย่างครบวงจร และเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์อาหารอนาคต (Future Food) ตลอดจนหาช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์

สสว. จึงได้มีการดำเนินการแล้วภายใต้โครงการปั้นดาว ซึ่งมีสินค้าเกษตรที่นำมาเพิ่มมูลค่าฯ ประกอบด้วย ถั่วลายเสือ กระเทียม งาและหัวบุก สสว.มีภารกิจและบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจทุกประเภท  ธุรกิจชุมชนหรือเศรษฐกิจฐานรากเป็นหัวใจในการสร้างงาน รายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จึงได้จัดทำโครงการต้นแบบการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยการส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจให้นำงานวิจัยและเทคโนโลยีมาใช้ พร้อมทั้งพัฒนาช่องทางตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ขึ้น ตามแนวทางประเทศไทย 4.0 เปลี่ยนเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เกิดเป็น 6 โมเดลต้นแบบ 7 กิจกรรม 10 กลุ่มวิสาหกิจ

1. ต้นแบบการส่งเสริมการรวมกลุ่มวิสาหกิจพร้อมนำงานวิจัยมาใช้แบบครบวงจร

เป็นกิจกรรมส่งเสริมต้นแบบการรวมกลุ่มวิสาหกิจเพื่อการปลูก “พืชบุก” ผสมผสานพืชอื่น โดยนำงานวิจัยมาใช้แบบครบวงจรแก่สมาชิกโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ 300 ครัวเรือน สามารถเพิ่มรายได้เป้าหมายเฉลี่ยครัวเรือนละไม่น้อยกว่า 28,500 – 32,000 บาท/ปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 8.55 ล้านบาท

2. ต้นแบบการพัฒนายกระดับการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า

เป็นกิจกรรมพัฒนายกระดับการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่ากลุ่มโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ณ ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริ 15 ครัวเรือน และเครือข่ายผลผลิต 200 ครัวเรือน สามารถเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนในกลุ่มผลิตสินค้าผ่านการจ้างงานเฉลี่ยครัวเรือนละไม่น้อยกว่า 79,000 บาท/ปี สร้างรายได้ให้เครือข่ายที่ขายผลผลิตครัวเรือนละ 4,200 บาท/ปี  มีรายได้จากการผลิตสินค้าขาย 2.7 ล้านบาท/ปี  ซึ่งใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการขยายการรับซื้อผลผลิตหรือจ้างงานเพิ่มในปีต่อๆ ไป สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 4.98 ล้านบาท

3. ต้นแบบการเพิ่มศักยภาพในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

เป็นกิจกรรมเพิ่มศักยภาพในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ได้แก่

กลุ่มกาแฟบ้านแม่เหาะ อ.แม่สะเรียง 25 ครัวเรือน และเครือข่าย 11 ครัวเรือน ยกระดับรายได้เพิ่มขึ้นจาก 150,00 บาท/ปี เป็น 172,500 บาท/ปี

  • กลุ่มกาแฟบ้านสบป่อง อ.ปางมะผ้า 25 ครัวเรือน ยกระดับรายได้เพิ่มขึ้นจาก 200,00 บาท/ปี เป็น 230,000 บาท/ปี
  • กลุ่มกระเทียมบ้านนาปลาจาด อ.เมือง 25 ครัวเรือน ยกระดับรายได้เพิ่มขึ้นจาก 220,000 บาท/ปี เป็น 253,000 บาท/ปี
  • กลุ่มข้าวบ้านปางหมู อ.เมือง 128 ครัวเรือน ยกระดับราคาข้าวจากเดิมประมารณ 7,500 บาท/ตัน เป็น 8,250 บาท/ตัน

ทุกกลุ่มจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการผลักดันให้นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพในการผลิต พร้อมด้วยการผ่านมาตรฐานที่จำเป็น เช่น อย. รวมถึงการใช้สื่อดิจิตอลมาเป็นช่องทางการค้า โดยภาพภาพรวมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 4.18 ล้านบาท

4. ต้นแบบการนําผลผลิตจากวนเกษตรมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

เป็นกิจกรรมยกระดับการนำผลผลิตจากวนเกษตร (ไผ่) มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน บ้านแม่สะกึด บ้านห้วยเดื่อ บ้านป่าปุ๊ และบ้านผาบ่อง ต.ผาบ่อง อ.เมือง รวม 11 ครัวเรือน และเครือข่าย 14 ครัวเรือน มุ่งเน้นการถ่ายทอดทักษะในการผลิต ตลอดจนกรรมวิธีการผลิตและรูปแบบการผลิตใหม่ๆ ให้ได้ผลิตภัณฑ์ทันสมัยกว่า 11 ผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ยกระดับรายได้ของกลุ่มเพิ่มขึ้นอีก จำนวน 196,174 บาท/ปี และภาพรวมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 2.35 ล้านบาท

5.  ต้นแบบการเพิ่มศักยภาพผู้เลี้ยงไก่และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากแกะ

กิจกรรมเพิ่มศักยภาพกลุ่มผลิตภัณฑ์จากแกะ แก่สมาชิกศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ จำนวน 20 ครัวเรือน มุ่งเน้นในการนำเครื่องมือเครื่องใช้สมัยใหม่มาใช้ยกระดับการผลิตให้มีคุณภาพและมาตรฐาน ถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตในมิติต่างๆ โดยสามารถเพิ่มรายได้จากเดิมเฉลี่ยครัวเรือนละ 84,350 บาท/ปี เป็น 97,200 บาท/ปี และภาพรวมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 1.16 ล้านบาท

กิจกรรมเพิ่มศักยภาพกลุ่มผู้เลี้ยงไก่แม่ฮ่องสอนตามแนวพระราชดำริ บ้านต่อแพ อ.ขุนยวม จำนวน 39 ครัวเรือน มุ่งเน้นการนำมาตรฐาน GFM (Good Farming Management) มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้เพิ่มให้ครัวเรือน 33,600 บาท/ปี พร้อมผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการลดต้นทุน ประกอบด้วยการสร้างเครือข่ายผลิตอาหารไก่ต้นทุนต่ำและเครือข่ายจำหน่ายผลผลิตไก่ รวมถึงสร้างช่องทางการค้าใหม่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ 3.18 ล้านบาท

6. ต้นแบบการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า

เป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า กลุ่มสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในพระบรมราชูปถัมภ์ 350 ราย พร้อมจัดทำสื่อมัลติมีเดียออนไลน์เพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ครอบคลุม 7 อำเภอ มุ่งเน้นการยกระดับฝีมือและทักษะในการผลิตสินค้า รวมทั้งเสริมสร้างแนวคิดใหม่ๆ ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จำนวน 15 ผลิตภัณฑ์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างช่องทางตลาด โดยมีผู้เข้าไปเยี่ยมชมแล้วกว่า 1,440 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ 4.81 ล้านบาท.

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 12 ตุลาคม 2563