ประชาคมเพชรบูรณ์ บนเส้นทางเมืองมะขามหวาน

บนเส้นทางประชาสังคม (29) โดย หมอพลเดช

ประชาคมเพชรบูรณ์ บนเส้นทางเมืองมะขามหวาน

“เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง”

เพชรบูรณ์ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางตอนบนหรือภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ 12,668 ตารางกิโลเมตร ประชากร 978,372 คน แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 117 ตำบล 1,430 หมู่บ้าน เทศบาลเมือง 3 แห่ง, เทศบาลตำบล 22 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 102 แห่ง ประชากร 960,718 คน 

มีองค์กรชุมชน 2,560 แห่ง ชุมชนเข้มแข็ง 45 กรณีศึกษา ผู้นำชุมชน 602 คน กลุ่มจิตอาสา 81 เครือข่าย ผู้ยากลำบากที่ตกสำรวจ 1,379 คน สถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 546 แห่ง และระดับอุดมศึกษา 10 แห่ง

มีทรัพยากรธรรมชาติ มีความอุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก อาทิ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์ วัดมหาธาตุ หอเกียรติยศเพชบุระ อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมืองผาแดง (แหล่งรอยเลื่อนเพชรบูรณ์) ไร่กำนันจุล สะพานห้วยตอง (เชื่อมแผ่นโลก) พิพิธภัณฑ์หล่มศักดิ์ พระตำหนักเขาค้อ ไร่บีเอ็น วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว พิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ อุทยานแห่งชาติเขาค้อ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ภูทับเบิก สุสานหอย 15 ล้านปี ฯลฯ

“เพชบุระ” เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหารในอดีต เมืองพระหรือเมืองวิถีพุทธในทางศาสนา และเมืองเพชรในหุบเขาของภาคประชาสังคมในปัจจุบัน

ประชากรพื้นถิ่นพูดภาษาถิ่นที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ กลุ่มภาษาหล่ม (ลาวหลวงพระบาง) เป็นภาษาถิ่นที่ใช้กันในเขตอำเภอตอนบน ได้แก่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว และบางส่วนของอำเภอเขาค้อ กลุ่มภาษาเพชรบูรณ์ตอนใต้ กลุ่มภาษาถิ่นไทยกลาง ภาษากลุ่มชาวบน และภาษากลุ่มชาวเขาที่บ้านเข็กน้อย บ้านเล่าลือ บ้านเล่าเน้ง บ้านเพชรดำ อำเภอเขาค้อ และ บ้านทับเบิก บ้านนาสะอุ้ง บ้านดอยน้ำเพียงดิน อำเภอหล่มเก่า และภาษากลุ่มไทยทรงดำหรือลาวโซ่งในอำเภอบึงสามพัน

ภูมิศาสตร์

แหล่งน้ำธรรมชาติ ประกอบด้วยแม่น้ำป่าสัก ลุ่มน้ำเชิญ ลุ่มน้ำเข็ก ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำสายต่าง ๆ มีป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 13 แห่ง อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 2 แห่ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 2 แห่ง สวนรุกขชาติ 3 แห่ง วนอุทยาน 1 แห่ง 

 การใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ แบ่งเป็นเขตเพื่อการอนุรักษ์ ร้อยละ 58.5 เขตเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 28.6 และเขตพื้นที่เหมาะสมแก่การเกษตร ร้อยละ 6.6 ปี พ.ศ. 2562 มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 83,808 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นภาคเกษตร 29,478 ล้านบาท (ร้อยละ 35.1) และนอกภาคเกษตร 54,331 ล้านบาท (ร้อยละ 64.8) รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี 75,574 บาท 

จังหวัดเพชรบูรณ์มีสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไทย จำนวน 2 สินค้า ได้แก่ มะขามหวานเพชรบูรณ์ คุณภาพดี เนื้อสวย หนานุ่มเหนียว รสชาติหวานหอม เป็นที่นิยมของผู้บริโภค และ ข้าวเหนียวดำพันธุ์ลืมผัว ข้าวพันธุ์พื้นเมืองของชาวเขาเผ่าม้ง เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สร้างวัฒนธรรมในการเพาะปลูก ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต ประเพณี

ประชาสังคมเพชรบูรณ์

สุรพงษ์ พรมเท้า อดีตข้าราชการด้านศึกษานิเทศ นักธุรกิจเครือข่ายอิสระแอมเวย์ ผู้บุกเบิกงานประชาคมจังหวัดเพชรบูรณ์ เล่าให้ฟังว่า พวกเขาเริ่มในปี พ.ศ. 2542 จากเวทีจัดทำวิสัยทัศน์จังหวัดสำหรับแผนพัฒนาประเทศ ฉบับที่ 9  มีแกนนำ 5 คน ประกอบด้วย ผศ.ธงชัย จันทร์รุ่งเรือง ผศ.วัฒนา มหาราช ผศ.จงลักษณ์ ช่างปลื้ม กับสุรพงษ์ พรมเท้า และวาสนา ทองใบ พยาบาลวิชาชีพ จัดตั้งกลุ่มพัฒนาประชาคมจังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ที่ภาควิชาสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ เป็นวิทยากรกระบวนการ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและพัฒนาประชาคมจังหวัด 

ต่อมามีแกนนำเข้ามาร่วมงานเพิ่ม ได้แก่ ร.ต.ต.สุขสัณห์ ภิชัย นักจัดรายการสถานีวิทยุกระจายเสียงตำรวจภาค 6 ปรีดา สุขสมบูรณ์ เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สุพล พูลพิพัฒน์ ธกส. พีระพล เนตรทิพย์ เครือข่ายเพื่อน SIF และ วีระ จุ้ยหนองเมือง เครือข่ายธุรกิจชุมชน โดยมีธัญลักษณ์ ลังกาใจ และสมพล  พิริยากุล เป็นผู้ประสานงาน

ปี 2544 เกิดโศกนาฏกรรมจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มทับหมู่บ้านน้ำก้อหายไปในกลางดึก เหลือแต่ซากปรักหักพัง ทับถมด้วยท่อนซุง ต้นไม้ มีผู้เสียชีวิต 136 ศพ บาดเจ็บ 109 คน สูญหาย 4 คน  บ้านเรือนเสียหายร่วม 600 หลัง มูลค่า 645 ล้านบาท เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ทั้งภาครัฐ เอ็นจีโอ ธุรกิจ และประชาสังคมในท้องถิ่น หันหน้าเข้ามาหากัน ช่วยฟื้นฟูชีวิตชาวบ้าน

พ.ศ. 2543  ร่วมขับเคลื่อนกับสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) จนเกิดเป็น พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ  

พ.ศ. 2546-2549 ร่วมทำวิจัยนำร่องกับเครือข่ายประชาสังคมจังหวัดจำนวน 35 พื้นที่ โดยใช้พื้นที่และประเด็นเป็นตัวตั้ง ต่อมาจัดตั้งสมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง (สXส) จังหวัดเพชรบูรณ์ ดำเนินงานเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน 

พ.ศ. 2557 -2559  จัดตั้ง “ศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัดเพชรบูรณ์” (ศปจ.) ภายใต้โครงการ “ปลุกพลังเปลี่ยนไทย” (Inspiring Thailand) สร้างพื้นที่กลางสำหรับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม ขับเคลื่อนเครือข่ายจิตอาสาในระดับอำเภอ มุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ยากลำบากที่ตกสำรวจในทุกอำเภอ-ตำบล

ขับเคลื่อนสังคมท้องถิ่น

สถาบันการเรียนรู้ภาคประชาสังคมฯขับเคลื่อนเวที “สภาประชาชน” ใน 15 ประเด็นหลัก อาทิ ประเด็นเด็กและเยาวชน สมัชชาสุขภาพ เกษตรปลอดภัย อาหารสมุนไพร ป่าไม้ วิทยุชุมชน OTOP ฯลฯ ปัจจุบันได้รับงบประมาณอุดหนุนจากระบบผู้ว่าฯ CEO ในเรื่องของสมัชชาเด็กและเยาวชน สมัชชาสุขภาพ เกษตรพอเพียง ชุมชนต้นแบบ และผู้นำการเปลี่ยนแปลง

โครงการ “เยี่ยมไร่ชมสวน” เป็นกิจกรรมการดูงานในไร่สวนต้นแบบ ที่แฝงด้วยการสื่อความหมายและคุณค่าจากเกษตรกรต้นแบบ แบ่งปันความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการค้นพบทางออกของปัญหา  เช่น สวนบ้านวังทองของคุณดำรงศักดิ์ วิริยะศิริ นักปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ผลไม้ใหม่ ๆ ด้วยเทคโนโลยีชาวบ้าน และ ไร่อนันตสิน ของคุณคนึงนิต จรูญสมิทธิ์ ที่อำเภอชนแดน แหล่งผลิตข้าวหอมแดงอันทรงคุณค่าและแปรรูปอาหารขึ้นชื่อของจังหวัด 

เพชรในหุบเขา

ประชาคมเพชรบูรณ์ได้รวบรวมภูมิปัญญาเครือข่าย ชุมชนต้นแบบ หลักสูตร และการค้นหาผู้นำเครือข่าย ทำหน้าที่เป็นหน่วยวัดความรู้ชุมชนในระดับจังหวัด เป็นกลไกสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทุกภาคส่วน สร้างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและเชื่อมโยงเครือข่ายในระดับประเทศ  

แต่ทว่า เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คณะทำงานยังคงมองไปที่เป้าหมายใหญ่ คือเกิดสถาบันการเรียนรู้และปรับตัวของภาคประชาสังคม สร้างเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผ่านการพัฒนาศักยภาพ เจียรนัยบุคลากรชุมชน รุ่นแล้วรุ่นเล่า ให้เป็นอัญมณีที่มีคุณค่าและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในอนาคตอันใกล้.

…………………..

“Through discipline comes freedom.” Aristotle.
อิสรภาพ มาจากวินัย.

…………….…….