โดย พลเดช – วณี ปิ่นประทีป
ปัญญาบารมี
เมื่อคราวที่เกิดเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ขณะที่ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นหมอบ้านนอกอยู่ที่พิษณุโลก มีนักวิชาการ สื่อมวลชน นักธุรกิจและนักพัฒนาเอกชนกลุ่มหนึ่ง ได้พากันมาพบ ชวนกันขับเคลื่อนสังคมและการพัฒนาประชาธิปไตยในพื้นที่
พวกเราได้รับทราบบทบาท ความเคลื่อนไหว และซึมซับแนวความคิดของท่านอาจารย์หมอประเวศผ่านสื่อสารมวลชนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งด้านงานพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงตนเอง จนกระทั่งในช่วงวิกฤตประชาธิปไตย
ปี 2537 ท่านได้รับมอบหมายจากประธานรัฐสภา แต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย (คพป.) อันเป็นที่มาของการปฏิรูปการเมืองและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ. 2540 อันเป็นภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในคราวนั้น ท่านเป็นตัวแบบที่ทรงคุณค่าในด้านพลังทางปัญญาและบารมีธรรม จนสามารถนำพาประเทศออกจากจุดตีบตันทางการเมือง
ทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขานับเป็นตัวอย่างรูปธรรมอันเกิดจากปัญญาบารมีของท่าน ที่ชี้ทางสว่างในการแก้ปัญหาที่ยากๆ ของบ้านเมือง ด้วยแนวทางสายกลางและการบูรณาการเชื่อมโยงพลังความรู้ พลังสังคม และพลังทางนโยบาย อย่างมียุทธศาสตร์และเป้าหมาย ทั้งในเรื่องปฏิรูปการเมือง ปฏิรูประบบสุขภาพ ปฏิรูปการเรียนรู้ ปฏิรูปการกระจายอำนาจ และปฏิรูปสังคม

หุบเขาแห่งปัญญา
มีคราวหนึ่ง ผมนั่งสนทนากับท่านอาจารย์เป็นส่วนตัว ได้เล่าให้ท่านฟังเรื่องราวบทบาทผู้ทรงคุณวุฒิและผู้นำคุณธรรมที่เครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ให้ความเคารพศรัทธา ดูท่านมีความสุขมาก พวกเรามีแนวคิดที่จะทำประติมากรรมชุมชน เพื่อเชิดชูคุณงามความดีของท่านเหล่านั้นที่มีต่อสังคมและประเทศชาติในด้านต่างๆ
ท่านอาจารย์สนับสนุน พร้อมตัวอย่างในหลายประเทศที่เขาสร้างประติมากรรมของผู้นำชุมชน ท้องถิ่น และบุคคลสำคัญระดับชาติอย่างหลากหลาย มีทั้งกวี ศิลปิน นักรบ นักกีฬา ผู้ปกครอง นักการเมือง ผู้ทรงศีล นักประดิษฐ์ และนักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ นิยมตั้งประดับไว้ตามจัตุรัส สวนสาธารณะและสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้อง
ท่านยังแนะนำว่า ถ้าเหตุปัจจัยถึงพร้อมและมีกำลังศรัทธามากพอ อาจทำในลักษณะอุทยานประวัติศาสตร์ของภาคพลเมือง ในที่ไหนสักแห่ง ส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไปด้วย
การบ้านชิ้นสุดท้าย
27 กุมภาพันธ์ 2567 ด้วยวัย 93 ปี ท่านอาจารย์มีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ต้องเข้าโรงพยาบาลศิริราชอย่างกะทันหันและได้รับการผ่าตัดทันที ญาติไม่บอกให้ใครรู้ จนกระทั่งปลอดภัยและฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว ท่านอุตส่าห์นึกถึงหมอพลเดช กับ ดร.วณี โดยขอให้ท่านอาจารย์จันทพงษ์ วะสี ตามตัวมาพบเป็นการเฉพาะ
16 มีนาคม 2567 ที่ห้องพักฟื้นในโรงพยาบาลศิริราช ภายใต้การดูแลที่เข้มงวดของพยาบาลหัวหน้าวอร์ด ท่านอาจารย์ประเวศมีกำลังใจดีเยี่ยม พูดคุยเสียงดังและใช้เวลานานมากจนภรรยาท่านต้องเข้ามากระซิบเตือน ท่านบอกยังไม่จบขอต่ออีกหน่อย
สิ่งสำคัญที่ท่านต้องการสื่อกับเราในวันนั้น คือ “เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์บูรณาการงานพัฒนาที่ระดับอำเภอ ขอให้พลเดชทำต่อไป” ผมรับการบ้านจากท่านอาจารย์ พลันในหัวสมองคิดถึงแนวทางและขั้นตอนการขับเคลื่อนรูปธรรมว่าจะต้องทำอย่างไร
สำหรับผม นี่คือคำสั่งเสียสุดท้ายจากท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสี ครับ
