บนเส้นทางประชาสังคม ตอนที่ (26) โดย หมอพลเดช
ประชาคมเมืองมุก บนเส้นทางเมืองสามธรรม

“องค์พระใหญ่สวยเด่นเป็นสง่า สูงเสียดฟ้าหอแก้วมุกดาหาร พญานาคสามพิภพระบือนาม ทั่วเขตคามสะพานเชื่อมอินโดจีน”
ประวัติศาสตร์
- อาณาจักรเวียงจันทน์ ในสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช (พ.ศ 2181 – 2238) พระราชครูโพนสะเม็ก ได้พาพระนางสุมังคละและสานุศิษย์ประมาณ 3,000 คน หนีราชภัยอพยพออกจากนครเวียงจันทน์มาตามลำน้ำโขง พ.ศ 2233 – 2236 คณะผู้อพยพถวายตัวเป็นข้าโอกาสบูรณะพระธาตุพนม 3 ปี ต่อมา ได้ข้าม มาฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ให้เจ้าจันทรสุริยวงศ์ และพรรคพวก ตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านโพนสิม ใกล้กับพระธาตุอิงฮัง
- พ.ศ 2310 เจ้าจันทกินรี ผู้เป็นทายาทสืบทอดการปกครองต่อมา ได้รับแจ้งจากนายพรานว่า ริมฝั่งขวาแม่น้ำโขง พบเมืองร้าง วัดร้าง ต้นตาลเจ็ดยอด อยู่ริมฝั่งโขง และเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์
- พ.ศ 2313 เจ้าจันทกินรี จึงได้พาผู้คนอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณปากห้วยบังมุก และพร้อมกันสร้างวัดขึ้นใหม่ในบริเวณวัดร้างนั้น ขนานนามวัดว่า วัดศรีมุงคล รวมทั้งก่อสร้างกุฏิ วิหาร และอัญเชิญพระพุทธรูป ที่อยู่ใต้ต้นโพธิ์ มาประดิษฐานอยู่บนพระวิหารชาวเมืองได้ขนานนามว่าพระเจ้าองค์หลวง เป็นพระประธาน ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง นับแต่นั้นมา
- พ.ศ 2321 ในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกและเจ้าพระยาสุรสีห์ ยกกองทัพมารวบรวมหัวเมืองน้อยใหญ่ตามลำน้ำโขง มาอยู่ในข้าขอบขัณฑะสีมาของกรุงธนบุรี และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งให้เจ้าจันทกินรี เป็นพระยาจันทรสีสุราชอุปราชามันธาตุราชดำรงตำแหน่ง เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก ปัจจุบันมีอนุสาวรีย์ ท่านตั้งอยู่ข้างศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
เศรษฐกิจการปกครอง
มุกดาหาร เป็นจังหวัดชายแดนขนาดเล็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งอยู่ในแอ่งสกลนคร แยกออกจากจังหวัดนครพนม เมื่อปีพ.ศ. 2525 นับเป็นจังหวัดที่ 73 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีภูมิประเทศติดกับแม่น้ำโขง ปลายสุดของเส้นทาง east-west economic corridor ผ่านเมืองสุวรรณเขต ลาว และดานัง เวียดนาม มีด่านศุลกากรตั้งอยู่บนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 53 ตำบล 526 หมู่บ้าน มี 1 อบจ. 30 อบต. 1 เทศบาลเมือง 24 เทศบาลตำบล มีองค์กรชุมชน 1,338 แห่ง ผู้นำชุมชน 613 คน ชุมชนเข้มแข็ง 25 กรณีศึกษา ผู้ยากลำบากที่ตกสำรวจ 239 คน ก่อนยุคโควิด ปี 2560 มีผลิตภัณฑ์มวลรวม 25,799 ล้านบาท หลังโควิดเศรษฐกิจชะลอตัว ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมหดตัว ภาคบริการขยาย การใช้จ่ายบริโภค การลงทุนภาคเอกชน การจ้างงานและการค้าชายแดนชะลอตัว โครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารได้รับผลกระทบ ส่วนงานพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆยังคงคืบหน้าไป อาทิ ถนนสี่ช่องจราจร ถนนเชื่อมสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษตากและนครพนม โครงการก่อสร้างสนามบินอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-นครพนม กำลังเวนคืน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569
ประชาคมเมืองมุก
กลุ่มผู้บุกเบิกและขับเคลื่อนงานสังคมเข้มแข็งในเมืองมุกดาหาร เริ่มก่อตัวมาจาก 3 ขบวนใหญ่ ได้แก่
1) สายสภาพัฒนาการเมือง สภาองค์กรชุมชน และกองทุน สสส. ในสายนี้มี วิรัช พรหมดี และสุรพร ชัยชาญ เป็นแกนนำ
2) สายสมัชชาสุขภาพจังหวัด มี จรูญ วงค์นารี และ ปรีชา ทองบพิตร เป็นแกนนำ มี ไวกูณฐ์ เมืองโคตร และศิรินภา ทองพูล เป็นผู้รับช่วง
สายประชาสังคม กลุ่มคนรักษ์ห้วยแข้ ซึ่งเป็นกลุ่มคนเมืองในพื้นที่รวมตัวกันเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูลำห้วยแข้โดยมีนายศศิพงษา จันทรสาขาเป็นแกนนำ
ไวกูณฐ์ เมืองโคตร ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาสังคมในยุคปัจจุบัน จบการศึกษาระดับอาชีวะ ทำงานในห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ระหว่างพยายามสอบเข้ารับราชการ ตัดสินใจเบนเข็มมาช่วยงานพัฒนาสังคมกับคุณแม่ ซึ่งในตอนนั้นท่านได้รับเลือกเป็นประธานสภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนของจังหวัด ตนเองจึงทำหน้าที่เป็นเลขา ได้รับการสอนงานและฝึกฝนตนเองจนก้าวหน้ามาตามลำดับ
ปัจจุบัน ตัวเขาและศิรินภา เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานโครงการกองทุน สสส. ฝึกสอนการเขียนโครงการและการทำกิจกรรมด้านพัฒนาสังคมสุขภาวะให้กับเครือข่ายชุมชน มีความมั่นใจในงานฐานล่างเป็นอย่างมาก มีกองทุน สสส. ให้การสนับสนุน มีความพยายามในการฝึกฝนตนเองในมิติการมองแบบนักยุทธศาสตร์ เพื่อรับช่วงภารกิจงานพัฒนาสังคมในพื้นที่
เมืองสามธรรม
ศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร (ศปจ.) มีสมาคมเครือข่ายมุกดาหารเมืองสามธรรม เป็นนิติบุคคลที่รองรับ มีสภาฮ่วมฮักโฮมแฮงแพงมุกดาหาร เป็นกลไกพื้นที่กลาง มีปฏิญญาสองคอนเป็นเจตนารมณ์ร่วม ประชุมกันเป็นประจำที่บ้านของพ่อสุรพร ชัยชาญ รวมทั้งใช้เป็นที่ตั้งของสภาองค์กรชุมชนและสภาพัฒนาการเมืองด้วย
โครงการเมืองสามธรรม เริ่มที่ห้วยสิงห์ จากงานกาชาดขยายสู่กลุ่มคนผ้าขาวม้า สามธรรมประกอบด้วย ธรรมะ ธรรมธรรมชาติ และวัฒนธรรม มี ศศิพงษา จันทรสาขา เป็นผู้ริเริ่ม ลูกหลานของเจ้าจันทกินรี เจ้าของโรงเรียนอนุบาล ปัจจุบันประธานสภาวัฒนธรรมคนปัจจุบัน
กิจกรรมที่เป็นอีเวนท์ใหญ่และการขับเคลื่อนพลังทางสังคมของเมืองมุกดาหาร มีอย่างหลากหลาย อาทิ โครงการงานบุญข้าวยาคูเป็นงานเชิงพิธีกรรมชุมชน โครงการจุดเทียนขึ้นภูบูชาพระใหญ่ โครงการมุกดาหารสามพิภพ (นาคน้ำ นาคดิน นาคฟ้า) โครงการเมืองสามธรรม โครงการฟื้นฟูห้วยแข้ เป็นต้น
มองไปข้างหน้า
ในขณะที่ผู้นำรุ่นบุกเบิกเริ่มเข้าสู่ภาวะสูงวัยและมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ยังคงมีประเด็นโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฝ่ายเอ็นจีโอ-ภาคประชาสังคม กับกลุ่มภาคธุรกิจในพื้นที่ ซึ่งมีความเห็นกันไปคนละทาง เมื่อเรื่องนี้ซาลงไปบ้างแล้ว ก็เกิดมีประเด็นความขัดแย้งกรณีรถไฟรางคู่เกิดขึ้นอีก โครงการนี้จะเริ่มในปี 2567 มีการเวนคืนที่ดินแล้ว กำลังเตรียมพื้นที่การก่อสร้าง
ความท้าทายจึงอยู่ที่ว่า ประชาคมเมืองมุกจะสามารถสร้างสรรค์กระบวนการมีส่วนร่วมในเชิงคุณภาพ ให้เกิดความเป็นเอกภาพระหว่างกลุ่มคนในพื้นที่ได้อย่างไร.
……………………………..
“The most dangerous competitors are those who ignore conventional wisdom.” (Peter Thiel)
คู่แข่งที่อันตรายที่สุด คือคนที่ไม่ทำตามแนวคิดเดิม ๆ.
ข้อมูลโดยสังเขปเมืองมุกดาหาร
อาณาจักรเวียงจันทน์ ปกครองโดยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ตั้งแต่ปีพ.ศ 2181 ถึง 2238 ไม่มีทายาท คงมีแต่พระนางสุมังคละราชธิดา เป็นหม้ายและทรงตั้งครรภ์อยู่ ซึ่งถูกพญาจัน เสนาบดีที่มีอิทธิพล บีบบังคับให้มาเป็นภรรยา
พระนางสุมังคละ จึงได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษาพระราชครูโพนสะเม็ก พระเถระผู้ใหญ่ จึงได้มีการอพยพ นำสานุศิษย์ ประมาณ 3,000 คน พาพระนางสุมังคละ หนีราชภัยออกจากนครเวียงจันทน์ ระหว่างทาง พระนางสุมังคละ ได้คลอดเป็นโอรสมีพระนามว่า เจ้าหน่อกษัตริย์
พ.ศ 2233 ถึง 2236 คณะอพยพ ได้มาเป็นข้าโอกาสบูรณะพระธาตุพนม 3 ปี หลังจากนั้น ข้ามไปฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ที่พระธาตุอิงฮัง ณ ที่นี้ ได้ให้เจ้าจันทร์สุริยวงศ์ พร้อมพรรคพวก ตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านโพนสิม ด้วยเกรงว่า นครเวียงจันทน์ จะติดตามหารัชทายาท ส่วนพระครูโพนสะเม็ก ได้พาพระนางสุมังคละและเจ้าหน่อกษัตริย์ เดินทางต่อไปจนถึงเมืองจำปาสัก จรดชายแดนเขมร
พ.ศ 2256 พระราชครูโพนสะเม็ก เห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม จึงให้เจ้าหน่อกษัตริย์สถาปนาตนเอง เป็น พระเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร ประกาศตั้งเมืองจำปาสักไม่ขึ้นตรงต่อนครเวียงจันทน์ตั้งแต่บัดนั้น โดยมีอาณาเขตทิศเหนือเริ่มตั้งแต่เมืองโพนสิม จรดแดนญวน (พื้นที่ภาคใต้ สปป. ลาวในปัจจุบัน)
