แก้จนแบบจีน ในบางมุมมอง
โดย นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภา, 23 มกราคม 2020 นโยบายของจีนไม่ใช้วิธีการแก้ปัญหาความยากจนแบบเหวี่ยงแห-หว่านโปรย คือ ไม่ใช้วิธีเหมือนกัน
โดย นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภา, 23 มกราคม 2020 นโยบายของจีนไม่ใช้วิธีการแก้ปัญหาความยากจนแบบเหวี่ยงแห-หว่านโปรย คือ ไม่ใช้วิธีเหมือนกัน
ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน
นวัตกรรมการแก้ปัญหาความยากจน หมายถึงวิสัยทัศน์ ความคิด นโยบาย ความรู้ วิธีการและกิจกรรมใหม่ๆ หรือกิจกรรมที่ประยุกต์จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ชุมชนท้องถิ่นและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่มีการนำมาใช้ในการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศต่างๆ
“จิงจุ่น” นโยบายแก้จนแบบตรงจุดของจีน รศ.ดร. Yu Haiqiu ผู้อำนวยการสถาบันไทยศึกษา สถาบันวิจัยสังคมศาสตร์แห่งมณฑลยูนนาน
กรณีศึกษาการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของการหารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อเปรียบเทียบกับกรณีศึกษาจากจีนและอินเดีย
เมื่อปี 2559 ในขณะที่ข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนมากที่สุดของประเทศไทย โดยมีสัดส่วนร้อยละ 39.21
โมเดลบ้านดอนศาลเจ้า ชุมชนจัดการตนเองด้วยหลักพอเพียง พึ่งตนเอง และพึ่งพากันเอง
คณะอนุกรรมาธิการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ได้ประมวลประเด็นที่เป็นเหตุปัจจัยความสำเร็จในการแก้ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำจากหลายกรณีศึกษา รวมทั้งโครงการแก้จนแบบพุ่งเป้าของประเทศจีนและนโยบายแก้ปัญหาความยากจนของประเทศอินเดีย สรุปประเด็นที่หนุนเสริมความสำเร็จรวม 25 ปัจจัย ดังนี้
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศจีนที่เพิ่งประกาศความสำเร็จในการขจัดความยากจนทั่วประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
พื้นที่ยากจนและด้อยโอกาสเรื้อรัง
เป้าหมาย พุ่งเป้านำพาครัวเรือนยากจนและถูกทอดทิ้งในทุกจังหวัดทั่วประเทศก้าวพ้นความยากจน. มีหลักประกันในด้านปัจจัยสี่ พลังงานไฟฟ้าและน้ำสะอาด. เข้าถึงสวัสดิการรัฐและสวัสดิการชุมชน. มีกัลยาณมิตรและชุมชนเข้มแข็ง.
คณะทำงานมีข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและโครงการเอาชนะความยากจนแบบพุ่งเป้าอย่างเป็นระบบ โดยสามารถประสานงานภาคีเครือข่ายจิตอาสาและบริหารจัดการทุนทางสังคมจากทุกภาคส่วนทั่วประเทศ