การศึกษาสร้างพลเมืองจีนรุ่นใหม่ | จีนแก้จน (15)

“การศึกษา” กุญแจไขปัญหาความยากจนของจีน  

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 รัฐบาลจีนได้จัดทำแผนปฏิบัติการเสริมสร้างระบบการศึกษาของประเทศ เพื่อการเตรียมความพร้อมของประเทศสำหรับการก้าวย่างเข้าสู่ศตวรรษที่ 21  ด้วยความตระหนักว่าวิทยาศาสตร์และการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย

จีนให้ความสำคัญกับการศึกษาในฐานะที่เป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างรอบด้าน ให้ความสำคัญกับโรงเรียนทุกแห่ง ครูทุกราย และเด็กทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ยากจน  ดำเนินการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับประชากรยากจนในชนบทให้พ้นความยากจนตามแผนในปี ค.ศ. 2020 และสร้างสังคมพอกินพอใช้ที่ยั่งยืน ด้วยนโยบาย แผนงานและมาตรการด้านการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน 

การศึกษาสร้างพลเมืองจีนรุ่นใหม่ | จีนแก้จน (15)

การศึกษาภาคบังคับ

รัฐบาลจีนกำหนดให้การศึกษาเป็นยุทธศาสตร์ลำดับต้นของการพัฒนาประเทศ การพัฒนาการศึกษาของจีนจึงก้าวหน้าไปอย่างมาก มีระบบการศึกษาภาคบังคับกำหนดไว้ 9 ปี และพยายามลดอัตราการไม่รู้หนังสือของประชาชนจีน ทั้งวัยเด็กและวัยกลางคน ตลอดจนการศึกษาด้านวิชาชีพและการศึกษาผู้ใหญ่มีการพัฒนาขึ้น การศึกษาระดับสูงก็ขยายตัวเช่นกัน

ด้านคุณภาพการเรียนการสอน มีความหลากหลายและมีกลวิธีที่แตกต่างกันไป การเรียนการสอนมีตั้งแต่ในด้านวิชาการความรู้ การอบรมอาชีพ เรื่อยไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพของเด็กนักเรียนในด้านศีลธรรมจรรยา โดยดำเนินการเรียนการสอนตั้งแต่การเรียนในระบบทั้งในภาคบังคับและไม่บังคับ ไปจนถึงการศึกษาทางไกลที่ทันสมัยและต่อเนื่อง 

สร้าง science and technology parks ในบริเวณรอบสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้นของนักเรียนนักศึกษา

แนวคิดใหม่ การศึกษาคือการลงทุน

รัฐบาลจีนเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการลงทุนด้านการศึกษาใหม่ ไม่ถือเป็นการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการบริโภคแบบเดิม แต่ถือเป็น “การลงทุน” เช่นเดียวกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นอื่นๆของสังคม ทำให้อัตราส่วนของงบประมาณประเทศด้านการศึกษาเพิ่มมากขึ้นจากเดิมร้อยละ 1 ในปี 1998 เป็นร้อยละ 3 ในปี 2000 นอกจากนั้น รัฐบาลยังได้จัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาการศึกษาเพื่อให้ประโยชน์ต่อทั้งนักเรียนนักศึกษาและบุคลากร

ในช่วงแผนพัฒนาประเทศฉบับที่ 9  รัฐบาลจีนพัฒนาการศึกษาระดับสูงโดยได้บรรจุไว้ในบริบทการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจและสังคม มุ่งเน้นการอบรมบุคลากรอาชีพที่มีส่วนสำคัญช่วยเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการวิจัยของประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับนานาประเทศ ตลอดจนวางรากฐานการอบรมอาชีพในสถาบันการศึกษาภายในประเทศให้มีความมั่นคง

แบ่งหลักสูตรการสอนออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ หลักสูตรที่กำหนดโดยรัฐส่วนกลางและหลักสูตรที่กำหนดตามท้องถิ่นให้สอดคล้องต่อความต้องการและความเป็นจริงของท้องถิ่น นอกจากนั้นยังแบ่งหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาคทฤษฎีวิชาการและภาคกิจกรรม  กำหนดให้โรงเรียนประถมและมัธยมจัดหลักสูตรการศึกษาด้านศีลธรรมด้วย

พลเมืองจีนรุ่นใหม่ รักทำงาน-รักชาติบ้านเมือง

โดยรวมการศึกษาแนวคิดด้านการเมือง ปรัชญา ศีลธรรม และจิตวิทยาคุณภาพการศึกษา เพื่อให้เด็กนักเรียนที่จะเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองของประเทศมีความรักชาติ จริยธรรม ศีลธรรม และมีความผูกพันในเชื้อชาติของตนด้วย 

ในด้านการอบรมอาชีพ เป็นเรื่องที่จีนมีมาเป็นเวลาช้านานแล้วและได้รับยกระดับการพัฒนา ระบบการศึกษาอบรมอาชีพในจีนแบ่งการศึกษาอบรมอาชีพในโรงเรียนและการอบรมอาชีพทั่วไป 

การศึกษาอบรมอาชีพในโรงเรียนเริ่มหลังจากที่เด็กนักเรียนจบการศึกษาภาคบังคับ หรือสำหรับเยาวชนผู้ที่มีพื้นฐานการศึกษาบ้าง หรือประสงค์ที่จะศึกษาอบรมด้านอาชีพใดอาชีพหนึ่งโดยเฉพาะ

สำหรับการอบรมอาชีพทั่วไปนั้น ส่วนมากเป็นการดำเนินการของบริษัทที่จะอบรมฝึกฝนลูกจ้างของตน กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานจะดำเนินการร่วมกันในการจัดทำรายการอบรม ผ่านศูนย์อบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพลูกจ้าง 

จีนขยายขนาดการศึกษาอบรมอาชีพอย่างรวดเร็ว ยกระดับคนงานด้านเทคนิค ผู้จัดการ คนงานที่ใช้ทักษะ และแรงงานต่าง ๆ  ส่งเสริมให้มีการสร้างบุคลากรเฉพาะในด้านการอบรมอาชีพ เพิ่มคุณภาพและระดับการศึกษาอบรมอาชีพ เพิ่มการพยายามเรียนรู้การอบรมอาชีพจากต่างประเทศและนำมาปรับใช้เข้ากับการอบรมอาชีพของประเทศ ขยายการศึกษาอบรมอาชีพในเมืองอย่างรวดเร็ว และสถาบันการศึกษาอบรมอาชีพมีบทบทสำคัญมากยิ่งขึ้น

ปฏิรูปครูผู้สอน

ในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง จีนยังมีเป้าหมายพัฒนาการศึกษาครูในประเทศอย่างจริงจัง เพื่อผลิตครูประเภทใหม่ที่มีความสร้างสรรค์และมีทักษะดีสำหรับการพัฒนาประเทศในศตวรรษที่ 21  การพัฒนาการศึกษาครูในประเทศคำนึงถึงการพัฒนาครูในชนบท การพัฒนาครูเพื่อกลับไปสร้างสรรค์ชนบท ปรับปรุงการศึกษาครูในทุกระดับของสถาบันอบรมครู วิทยาลัยครูและมหาวิทยาลัย 

นอกจากนั้น พยายามจะสร้างกฎหรือนโยบายเพื่อการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง สร้างเครือข่ายการพัฒนาการศึกษาครูโดยอาศัยเทคโนโลยีและข้อมูลการศึกษาที่หลากหลาย ตลอดจนปรับปรุงหลักสูตรการสอนสมัยใหม่ กำหนดช่วงเวลาการพัฒนาศักยภาพครูให้มีคุณภาพ.

ส.ว.พลเดช ปิ่นประทีป / 7 ธันวาคม 2566