สมุทรปราการ ประชาคมเมืองอุตสาหกรรม (11)

บนเส้นทางประชาสังคม ตอนที่ 11 โดย หมอพลเดช

“ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ สงกรานต์พระประแดง ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม”

สมุทรปราการ เป็นจังหวัดในเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร ทำเลที่ตั้งเกิดขึ้นจากตะกอนของแม่น้ำหลายสายพัดพามาที่ปากอ่าวไทยแล้วทับถมกันนานนับพันปีจนกลายเป็นแผ่นดิน มีเมืองพระประแดงเป็นอดีตเมืองหน้าด่านของละโว้ สุโขทัย และอยุธยา

“สมุทรปราการ ประชาคมเมืองอุตสาหกรรม”

สมุทรปราการ เป็นจังหวัดในเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร ทำเลที่ตั้งเกิดขึ้นจากตะกอนของแม่น้ำหลายสายพัดพามาที่ปากอ่าวไทยแล้วทับถมกันนานนับพันปีจนกลายเป็นแผ่นดิน มีเมืองพระประแดงเป็นอดีตเมืองหน้าด่านของละโว้ สุโขทัย และอยุธยา 

ในด้านเศรษฐกิจเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีโรงงานหนาแน่นที่สุดของประเทศ บางพื้นที่ยังมีการทำนา ประมง และเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีสถานที่สำคัญ เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, พระสมุทรเจดีย์กลางน้ำ, วัดอโศการาม, วัดบางพลีใหญ่, วัดไพชยนต์พลเสพราชวรวิหาร, วัดโปรดเกศเชษฐาราม, ศาลพระเสื้อเมือง, พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ, เมืองโบราณ, สถานตากอากาศบางปู, ป้อมพระจุลจอมเกล้า, สวางคนิวาส, ป้อมแผลงไฟฟ้า, ฟาร์มจระเข้ ฯลฯ 

แบ่งการปกครองออกเป็น 6 อำเภอ 50 ตำบล 405 หมู่บ้าน มีเทศบาลนคร 1 แห่ง, เทศบาลเมือง 7 แห่ง, เทศบาลตำบล 14 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 26 แห่ง ประชากรรวม 1.37 ล้านคน (ปี 2566)  มีองค์กรชุมชน 1,322 องค์กร, ชุมชนเข้มแข็ง 5 กรณีศึกษา, ธรรมนูญสุขภาพตำบล 38 แห่ง, กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 95 เครือข่าย เคยสำรวจพบผู้ยากลำบากที่ถูกทอดทิ้ง 730 คน

เส้นทางประชาสังคม

แกนประสานงานประชาคมสมุทรปราการ มีการส่งผ่านภารกิจสืบต่อกันมา จาก อาจารย์ศรีประไพ กาญจนกันทร, ผอ.พงษ์ศักดิ์ ธีรวรรณสาร และคุณทิพาภรณ์ สังขพันธ์ รวมทั้งในอดีตมีการสนับสนุนในบางมิติจาก สว.จรูญ ยังประภากร และ สส.สงคราม กิจเลิศไพโรจน์

ทิพาภรณ์ ก่อนเกษียณราชการ เป็นรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ รับผิดชอบกลุ่มงานระบบสุขภาพภาคประชาชน ดูแลงาน อสม.ทั้งจังหวัด เธอเริ่มทำงานกับภาคประชาสังคมในโครงการกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (SIF) ที่ศรีประไพ และพงษ์ศักดิ์ดำเนินการมาก่อน

ปี 2543 ถูกส่งไปเข้ารับการอบรมที่จัดโดยสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) กลับมาช่วยจัดเวทีระดมความเห็นประเด็นการปฏิรูประบบสุขภาพ มีคนเข้าร่วมอย่างล้นหลาม 500 คน จัดกันที่ศาลากลางจังหวัด ร่วมกันยกร่าง พรบ.สุขภาพแห่งชาติ

ปี 2545 เข้าร่วมการวิ่งรณรงค์ผลักดัน พรบ.สุขภาพแห่งชาติ ในสายตะวันออก เส้นทางผ่านสมุทรปราการ ท่าพระอาทิตย์ สวนลุมพินี ก่อนเข้าสู่งานสมัชชาปฏิรูปสุขภาพที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา จึงมีโอกาสได้พบปะภาคีเครือข่ายปฏิรูประบบสุขภาพจากทั่วประเทศ มากมายไปหมด จังหวัดสมุทรปราการเองก็เข้าร่วมงานประมาณ 120 เครือข่าย เสนอ (ร่าง) พรบ.โดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี (ทักษิณ ชินวัตร) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์) ในขณะนั้น

ขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะ

ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุขของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จึงมองชุมชนท้องถิ่นในภาพรวมของจังหวัด ทั้งตนเองยังมีกรอบงบประมาณที่เอื้อให้ลงมือทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งเมื่อจับมือกับทีมเภสัชจังหวัดที่มีแนวคิดเดียวกัน จึงสามารถขยายงานชุมชนไปพร้อมกัน แบบเต็มพื้นที่

พวกเธอเริ่มจากประเด็นขยะชุมชน ชวนเชิญเครือข่ายชุมชนมาตั้งประเด็นว่า “คนปากน้ำจะอยู่อย่างไร..ถ้าทั่วเมืองเกลื่อนไปด้วยขยะ” ภาคธุรกิจให้ใช้สถานที่จัดงานที่ห้างอิมพีเรียลสำโรง ด้าน สส. และ สว. ของจังหวัดร่วมให้คำปรึกษา  ออกแบบเวทีกันเอง ภาคเอกชนและชุมชนมาร่วมกิจกรรมสาธารณะ ได้ข้อเสนอออกมาเป็นรูปธรรม ทำให้มั่นใจว่าเราทำได้ รู้จักคนใหม่ๆ แกนนำหลายคนเปลี่ยนบุคลิกจาก “การชน” มาเป็น “การชวน” 

ต่อมาในโครงการวิจัยชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ ได้เชิญทีมอาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์, ขวัญสรวง อติโพธิ์, อนุชาติ พวงสำลี, เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ มาช่วยเทรนด้านเทคนิคกระบวนการทำงานประชาสังคมให้กับบุคลากรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เป็นการพัฒนาคน-พัฒนาเครือข่าย โดยชูประเด็นเรื่องขยะและคลองปลอดขยะ ทำให้มีฐานข้อมูลแกนนำ 200 คน 

ทีมงานได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา สร้าง 300 หมู่บ้านจัดการสุขภาพ ทำติดต่อกันอยู่สามปี งบประมาณได้จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพราะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจึงได้รับผลงานตัวชี้วัดเป้าหมายของเขตสุขภาพอย่างครบถ้วน (KPI)  ประชาชนและชุมชนได้รู้ปัญหาแท้จริงของตัวเอง ได้พันธมิตร อบต. ทั้งจังหวัด สามารถนำแผนไปบรรจุเป็นแผนของท้องถิ่นได้เลย

เธอออกตัวว่า ไม่ค่อยได้ทำงานกับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ มากนัก สนใจงานสิ่งแวดล้อมมากกว่าเรื่องสังคมและชุมชนโดยทั่วไป ใช้ อสม. เป็นกำลังหลัก งานสมัชชาสุขภาพจังหวัดและธรรมนูญตำบลเข้มแข็งขับเคลื่อนไปได้ดี ส่วนงานด้าน HIA และ Living Will ไม่ค่อยได้ทำ

ศูนย์ประสานภาคีการพัฒนาจังหวัด

ศปจ.สมุทรปราการ มีมูลนิธิอาสาประชารัฐจังหวัดสมุทรปราการ เป็นองค์กรนิติบุคคลรองรับการทำงาน มีออฟฟิศประสานงานอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ที่ อบต.ปู่เจ้าสมิงพราย สภาองค์กรชุมชน และที่ทำการมูลนิธิ 

แกนนำ 7 คน มีการพบปะประชุมกันเป็นประจำ กระจายงานไปตามพื้นที่และประเด็น แต่เมื่อมองไปในอนาคต เธอประเมินว่าประชาคมสมุทรปราการยังขาดผู้นำแถวสอง บุคลากรหลายส่วนยังชอบงานปฏิบัติการ ชอบงานอีเวนท์ แต่ไม่ชอบงานวางแผน.

……………………………………………………………………………………………………………………………………  

The antidote for fifty enemies is one friend.”

Aristotle.

ยาถอนพิษสำหรับศัตรูห้าสิบคน คือมิตรแท้หนึ่งคน.