บนเส้นทางประชาสังคม (13) โดย หมอพลเดช
การพัฒนาประเทศที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการอำนาจจากโครงสร้างส่วนบนในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา
นอกจากละเลยชุมชนท้องถิ่นแล้ว บ่อยครั้งยังบ่อนเซาะฐานรากเหล่านี้จนลุกลามกลายเป็นวิกฤติการณ์ของสังคมทั้งระบบโครงสร้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะชุมชนที่อ่อนแอและแตกสลายดังกล่าว เป็นที่มาของวิกฤติทางสังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจและการเมืองโดยเกี่ยวเนื่องกัน
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า ชุมชนท้องถิ่นมีความสำคัญในฐานะที่เป็นฐานรากของสังคม ฐานรากของตึกที่แข็งแรงเท่านั้นจึงจะสามารถรองรับโครงสร้างอาคารที่สูงใหญ่ได้ แต่กว่าที่แนวคิดชุมชนเข้มแข็งจะได้รับการยอมรับจากวงการต่าง ๆ ว่าเป็นปัจจัยองค์ประกอบที่สำคัญของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนและหันกลับมาให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งอย่างในปัจจุบันนั้น ทฤษฎีการพัฒนาในแนวคิดชุมชนเข้มแข็งต้องผ่านการทำงานพิสูจน์ตนเองมาอย่างยาวนาน ไม่ต่ำกว่าสี่ทศวรรษ
นโยบายส่งเสริมชุมชนท้องถิ่น
ปัจจุบันหน่วยงานและองค์กรภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่างให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาในระดับชุมชน จากการประมวลข้อมูลพบการดำเนินงานส่งเสริมชุมชนเข้มแข็งหรือระบบสุขภาวะชุมชน แบ่งตามวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนา ดังนี้
1. ด้านสุขภาพ มีงานด้านสาธารณสุข ส่งเสริม ป้องกัน รักษา และควบคุมโรค เช่น การพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน การดูแลสุขภาพกลุ่มประชากรคนพิการ เด็ก ผู้สูงอายุ โครงการสุขภาพดีวิถีไทย งานพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวม กองทุนสุขภาพตำบล
2. ด้านเศรษฐกิจ มีการส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนต่าง ๆ ในชุมชน การสร้างความร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนผ่านการจัดทำบัญชีครัวเรือน การส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านชุมชน กองทุนหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชน สถาบันการเงินชุมชน
3. ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีการสนับสนุนการจัดทำแผนแม่บทชุมชน การจัดทำแผนพัฒนาชุมชน ขยายองค์กรปกครองท้องถิ่นต้นแบบ บูรณาการแผนชุมชนสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น การส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองผ่านตำบลเรียนรู้ประชาธิปไตย การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนตำบล โครงการบ้านมั่นคง และ งานส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติในชุมชน
4. ด้านอื่น ๆ เช่น ห้องเรียนชุมชน หลักสูตรท้องถิ่น ยุติธรรมชุมชน อาสาสมัครชุมชน
หน่วยงานสนับสนุนชุมชนเข้มแข็ง
ปัจจุบันมีหน่วยงานระดับชาติที่มีภารกิจในการส่งเสริมสนับสนุนองค์กรชุมชน ไม่น้อยกว่า 46 หน่วยงาน ซึ่งสรุปภาพรวมได้ดังตาราง
| ประเภทของหน่วยงาน | หน่วยงานนโยบาย(10) | หน่วยงานวิชาการ(18) | หน่วยดำเนินการ(18) |
| ด้านสุขภาพ (16) | 1.กระทรวงสาธารณสุข 2.สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ | 1.สำนักงานบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย 2.กรมควบคุมโรค 3.กรมอนามัย 4.กรมสุขภาพจิต5.กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย6.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 7.สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน 8.สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ 9.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 10.มูลนิธิสุขภาพไทย 11.มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ | 1.กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 2.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 3.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ |
| ด้านเศรษฐกิจ (9) | 1.กระทรวงมหาดไทย 2.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3.สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ | 1.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย | 1.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ 2.ธนาคารออมสิน 3.สำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงในสำนักนายกรัฐมนตรี 4.สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 5.สำนักงานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี |
| ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (13) | 1.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2.สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ | 1.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2.สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา 3.สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน มหาวิทยาลัยชีวิต 4.สำนักงานกองทุนส่งเสริมสวัสดิการสังคมแห่งชาติ | 1.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 2.เครือข่ายแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเองสี่ภาค3.กรมการพัฒนาชุมชน4.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 5.สถาบันลูกโลกสีเขียว มูลนิธิพลังงานที่ยั่งยืน 6.สำนักงานโครงการ84 ตำบลวิถีพอเพียง ปตท. 7.มูลนิธิปูนซีเมนต์ไทย |
| ด้านอื่น ๆ (8) | 1.กระทรวงพลังงาน 2.กระทรวงวัฒนธรรม 3.กระทรวงยุติธรรม | 1.สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ 2.สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน | 1.ศูนย์ดำรงธรรม 2.กรุงเทพมหานคร 3.สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง |
ปัจจัยชุมชนเข้มแข็ง
จากการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ พบปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
5 ปัจจัยส่งเสริม
- มีทุนมนุษย์ ผู้นำธรรมชาติและสมาชิกชุมชน เข้มแข็ง สามัคคี มีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน
- ตระหนักถึงคุณค่าของทุนทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น
- มีทุนการเงิน(กองทุน) ที่เกิดจากการจัดการของชุมชนเอง เช่น สัจจะออมทรัพย์ สมาชิกมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของการพัฒนาชุมชนของตน ทั้งตัดสินใจ วางแผน กำกับติดตามและประเมินผล
- มีกระบวนคิดเรื่องข้อมูล สามารถบริหารจัดการข้อมูลชุมชนได้เอง เรียนรู้ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- มีเครือข่ายชุมชนผู้ปฏิบัติ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานพัฒนากันเป็นเนื่องนิจ และการมีหน่วยงานเอ็นจีโอ-ประชาสังคม-ราชการ-องค์การมหาชนจากภายนอก สนับสนุนทางวิชาการและแหล่งทุน
3 ปัจจัยขัดขวาง
- นโยบายประชานิยม หรือสังคมสงเคราะห์แบบสุดโต่งของรัฐบาล
- ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรี ทุนผูกขาด และโลกาภิวัฒน์แบบสุดขั้ว โดยไร้มาตรการปกป้องคุ้มครองประชาชน
- โครงการมหภาคที่ส่งผลกระทบทางลบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ
#บนเส้นทางประชาสังคม, 21 ก.พ. 2568


