ประชาคมจังหวัดปทุมธานี (10)

บนเส้นทางประชาสังคม ตอนที่ 10 โดย หมอพลเดช

ปทุมธานี เดิมสะกดว่าประทุมธานี เป็นจังหวัดปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลากลางจังหวัดตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองปทุมธานี ส่วนเทศบาลนครรังสิตมีประชากรมากที่สุด ตั้งอยู่ในอำเภอธัญบุรี

“ประชาคมจังหวัดปทุมธานี”

ปทุมธานี เดิมสะกดว่าประทุมธานี เป็นจังหวัดปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลากลางจังหวัดตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองปทุมธานี ส่วนเทศบาลนครรังสิตมีประชากรมากที่สุด ตั้งอยู่ในอำเภอธัญบุรี

ปทุมธานีเป็นถิ่นฐานบ้านเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 300 ปี นับตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีครอบครัวมอญเมืองเมาะตะมะ อพยพหนีภัยจากศึกพม่า เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารถึง 3 ระลอก ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านสามโคก เรียกว่า “มอญใหญ่” ขยายจากชุมชนกลายเป็นเมืองสามโคก เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองประทุมธานีและจังหวัดปทุมธานีในที่สุด

 คำขวัญประจำจังหวัด “ถิ่นบัวหลวง เมืองรวงข้าว เชื้อชาวมอญ นครธรรมะ พระตำหนักรวมใจ สดใสเจ้าพระยา ก้าวหน้าอุตสาหกรรม” แบ่งการปกครองเป็น 7 อำเภอ 60 ตำบล 529 หมู่บ้าน เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 10 แห่ง เทศบาลตำบล 18 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 36 แห่ง มีองค์กรชุมชน 1,055 องค์กร ชุมชนเข้มแข็ง 48 กรณีศึกษา ผู้นำชุมชน 634 คน กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 35 เครือข่าย สำรวจพบผู้ยากลำบากที่ถูกทอดทิ้ง 257 คน

เส้นทางประชาคมจังหวัด

นายประกาศ เปล่งพานิชย์ ผู้ถักทอพลังเครือข่ายสมัชชาสุขภาพและอาสาสมัครสาธารณสุข จนกลายเป็นฐานรองรับงานประชาคมจังหวัดปทุมธานี เดิมเป็นนักเรียนทุนของกระทรวงสาธารณสุข เป็นเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ประจำห้องแล็บ โรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว 

ปี 2545 เข้าร่วมผลักดัน (ร่าง)พรบ.สุขภาพแห่งชาติ โดยรอรับขบวนนักวิ่ง 500 คน จากสายเหนืออยู่ที่จุดมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ร่วมวิ่งรณรงค์สมทบ 8 สาย เพื่อเข้าสู่กรุงเทพฯ  ครั้นเมื่อมี พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2551 เขาทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพจังหวัดปทุมธานี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งเป็นประธาน ทำงานเรื่อยมา ปัจจุบันได้การคัดเลือกให้เป็นกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน ประจำเขต 4 

เขาเชื่อว่าคนที่มาทำงานจิตอาสาต้องมาจากส่วนลึกในหัวใจ ไม่ใช่ฉาบฉวย รอคอยงบประมาณไม่ได้ ผูกพันกับหน่วยงานทุนมากนักก็ไม่ได้ ถ้าขยันทำงานเพื่อสังคมจนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แหล่งทุนจะเดินเข้ามาเอง

สมัชชาสุขภาพจังหวัด

เขาเห็นว่ายุคเฟื่องฟูของสมัชชาสุขภาพจังหวัดปทุมธานี อยู่ในช่วงสำนักงานปฏิรูป (สปร.)และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จังหวัดอื่นอาจทำหลายประเด็นปฏิรูป แต่ปทุมธานีเลือกทำประเด็นเดียวคือการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพตำบล จนเกิดธรรมนูญสุขภาพใน 23 ตำบล 24 ประเด็น ปัจจุบันแผนงานของประชาคมจังหวัดปทุมธานี มุ่งยกระดับต่อยอดสู่ธรรมนูญสุขภาพอำเภอ 

การทำนโยบายสาธารณะไม่ใช่มาขายฝัน ไม่ใช่มาเอาประโยชน์ส่วนตน งานสร้างสรรค์ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุเป็นงานเย็น ทำแล้วมีความสุข ผลงานขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพได้ถูกเลือกเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาโทที่ มสธ. นับเป็นผลบุญจากการทำงาน

เมื่องานสมัชชาสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพเป็นที่รู้จัก ใคร ๆ หน่วยงานไหนก็เข้ามาหา เช่น สภาผู้สูงอายุ สภาองค์กรชุมชน มาช่วยกันขยายเครือข่าย นำงบประมาณมาแชร์กัน รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.มาเห็นเข้า พบว่าเป็นงานที่ไปสอดคล้องกับภารกิจของ กอ.รมน. ส่วนกลางได้อย่างไม่น่าเชื่อ

พันธมิตรงานพัฒนา

ปทุมธานีเป็นแหล่งพักยา สังคมจึงยังไม่ปลอดภัย กอ.รมน.ได้เข้ามาช่วยในประเด็นความปลอดภัยและประเด็นช่างชุมชน ช่างฝีมือ มีแรงงานทหารเกณฑ์มาช่วยเสริม ส่วนรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ท่านก็มีเครือข่าย CSR กับพวกกลุ่มธุรกิจอยู่เยอะ จึงดึงพลังซีเอสอาร์เข้ามาช่วยงานพัฒนาสังคมอีกแรงหนึ่ง

เขาทำงานสุขภาพมา 32 ปี เป็นผู้ประสานงานประชาคมจังหวัดที่มีพื้นฐานมาจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในระดับวิชาชีพ ใช้เทคนิคกระบวนการมีส่วนร่วมบวกกับนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ เป็นการทำงานวิชาการในภาคปฏิบัติโดยมุ่งพัฒนาตัวชี้วัดและการประเมินผลสัมฤทธิ์ 

เขาบริหารจัดการเครือข่ายโดยผ่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดผู้บังคับบัญชา ในฐานะของ Hard Power เมื่อมาอยู่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทำให้รู้จัก อสม. เยอะ ยิ่งมี อพม. เข้ามาร่วมด้วย ยิ่งเพิ่มพลังขับเคลื่อน

สำหรับงานคณะกรรมการพัฒนาสุขภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) กลไกบูรณาการภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จุดเด่นคือมีนายอำเภอเป็นประธาน สามารถเชื่อมโยงส่วนราชการในพื้นที่ มีสาธารณสุขอำเภอเป็นเลขานุการ ถ้าได้เลขานุการที่เป็นคนเก่งจะทำงานได้มาก ทำงานขับเคลื่อนสังคมปีละ 1-2 ประเด็นเท่านั้น ส่วนจุดอ่อนอยู่ที่มีการประชุมเพียงปีละ 2 ครั้ง และองค์ประกอบยังมีแต่ตัวแทนส่วนราชการ จึงต้องใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพมาเสริม

มองไปข้างหน้า

ถามว่าอะไรคือนวัตกรรมของประชาคมจังหวัดปทุมธานี เขาตอบว่า 1) การจัดการเครือข่าย 2) การบูรณาการพลังแบบอ่อนกับพลังแบบแข็ง

เขาเสนอให้บรรจุเรื่องสมัชชาสุขภาพ เอาไว้ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้ผู้บริหารยุคใหม่ในทุกกระทรวง รู้จักคุ้นเคยและใช้เป็นเครื่องมือทำงานได้ เพราะมั่นใจว่ากระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมสามารถทำได้ทั่วประเทศ ทุกพื้นที่ ทุกสถานการณ์  ส่วนเครื่องมือเรื่องพนัยกรรมชีวิตแม้ชาวบ้านยังไม่ค่อยรู้จัก แต่เชื่อว่าเมื่อเรียนรู้แล้วจะเกิดความสว่าง.

“He who is to be a good ruler must have first been ruled.”
ผู้ที่จะเป็นผู้ปกครองที่ดีได้ ต้องเคยผ่านการถูกปกครองมาก่อน.