รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 75) “ตำบลพอเพียง บ้านตุ่นมั่นคง”

พิกัดที่ตั้ง 

ชุมชนบ้านบัว-บ้านตุ่นใต้ ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

ภาพรวม   

บ้านบัวและบ้านตุ่นใต้ เป็นชุมชนต้นแบบของภาคเหนือตอนบน  เป็นชุมชนริมกว๊านพะเยาที่มีลักษณะภูมิประเทศเชิงเขา ธรรมชาติสวยงาม มีน้ำหลากระยะสั้นๆในฤดูฝน ชุมชนมีความรักสามัคคีและเฉลียวฉลาด สามารถพัฒนาชุมชนทั้ง 11 หมู่บ้านเป็นตำบลที่เข้มแข็ง มั่งมีศรีสุข โดยใช้ฐานทุนทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต

แต่เดิมที่นี่ก็เหมือนกับชุมชนอื่นๆในละแวกเดียวกัน คือชาวบ้านมีอาชีพรับจ้างตัดไม้ และปลูกพืชเชิงเดี่ยว ใช้สารเคมีจนสุขภาพย่ำแย่ ป่าไม้ก็เสื่อมสภาพลงทุกวัน  ในที่สุดก็ตั้งสติได้เมื่อมาถึงจุดวิกฤติทางสุขภาพของผู้คนในชุมชน ที่ได้ตรวจพบว่าในกระแสเลือดมีสารเคมีสะสมในระดับอันตราย สูงถึงร้อยละ 90  ชาวบ้านจึงหันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ เกษตรวิถีใหม่ รวมทั้งให้ความร่วมมือกับทางราชการฟื้นฟูทรัพยากรดิน-น้ำ-ป่าอย่างจริงจัง  นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของชุมชนเข้มแข็งที่เกิดจากการฝ่าวิกฤติมาได้ด้วยประสบการณ์ตรง (Community by Crisis)

ปัจจัยความสำเร็จของตำบลบ้านตุ่น คือ การเข้าใจ เข้าถึงและยึดมั่นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  การมีฐานทุนทางสังคมวัฒนธรรมแบบล้านนา  มีฐานทุนทรัพยากรธรรมชาติ ดิน-น้ำ-ป่า  การทำเกษตรวิถีใหม่และการท่องเที่ยวโดยชุมชน  การมีเครือข่ายผู้นำชุมชน  การมีเวทีการประชุมประจำเดือนที่แข็งขันของกรมการตำบล  มีสหกรณ์บ้านบัวที่เข้มแข็ง  รวมทั้งมีฐานการเรียนรู้และวิสาหกิจชุมชนที่หลากหลายในงานอาชีพหลักและอาชีพเสริมในชุมชน  

สังเคราะห์บทเรียนรู้

บ้านบัวและบ้านตุ่นใต้ เป็นชุมชนมีฐานทุนทางธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม และสังคมวัฒนธรรมวิถีชีวิตที่ดี เคยผ่านวิถีการทำลายป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ ทำเกษตรเชิงเดี่ยว จนประสบวิกฤติทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงหันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ เกษตรวิถีใหม่ รวมทั้งร่วมมือกันฟื้นฟูทรัพยากรดิน-น้ำ-ป่าอย่างจริงจัง

ฐานทุนทางประชากรของตำบลบ้านตุ่นนับเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีประชากรแฝงอยู่น้อยมาก มีเขยสะใภ้ต่างถิ่นจำนวนไม่มาก จึงมีสิ่งที่เรียกว่า “ความเป็นชุมชนแบบเครือญาติ”  โดยเป็นชุมชนแบบชาติพันธุ์พื้นเมืองล้วนๆ 

ผู้นำชุมชนและองค์กรปกครองท้องถิ่นที่นี่ มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นอดีตข้าราชการบำนาญ  จึงทำให้ประกอบกันเป็นบุคลากรและพลเมืองที่มีความรู้ ประสบการณ์ และมีวิสัยทัศน์  

นอกจากนั้น ตำบลบ้านตุ่นยังมีลักษณะเด่นในเรื่องประชาธิปไตยชุมชน ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม  มีทั้งบทบาทของ “คุ้มบ้าน” ซึ่งเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กลงไปกว่าหมู่บ้าน ผู้นำคุ้มมีบทบาทต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน 

นอกจากนั้นยังมีผู้นำกลุ่มอาชีพ กลุ่มสังคมและวิสาหกิจชุมชนที่หลากหลายก็มีบทบาทขับเคลื่อนประชาธิปไตยชุมชนและการพัฒนาท้องถิ่น  นับเป็นตัวอย่างรูปธรรมอีกแห่งหนึ่งสำหรับการพัฒนาการเมืองคุณภาพ-คุณธรรม ตามแนวคิดและแนวทางของแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมือง  

ผู้นำอบต.บ้านตุ่นใช้กลไกและกระบวนการ “ประชุมกรมการตำบล” จัดเป็นประจำทุกเดือน ตามแบบอย่างการประชุมของ ”กรมการจังหวัด” ของผู้ว่าราชการจังหวัด และการประชุม”ประชาคมอำเภอ”ของนายอำเภอ  จึงทำให้ผู้นำชุมชนทุกหมู่บ้านมีโอกาสได้มาพบปะพูดคุยและประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอยู่ “เป็นเนืองนิจ” จึงทำให้เกิดเป็นสายสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง มีความเป็นปึกผ่นมั่นคง

ตำบลบ้านตุ่นมีการจัดรูปแบบองค์กรธุรกิจชุมชนที่หลากหลาย ทำให้มีส่วนประกอบในสังคมท้องถิ่นที่ครบเครื่อง ทั้งหนุนเสริมและเติมเต็มซึ่งกันและกัน  ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจชุมชนมีทั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เช่น กลุ่มจักสานเข่ง วิสาหกิจชุมชนสุ่มไก่ วิสาหกิจชุมชนทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงสี-พันธุ์ข้าว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการเกษตร  กลุ่มเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง กลุ่มปลูกหญ้าแพงโกล่า กลุ่มผักตบชวา

นอกจากนั้นยังมีสหกรณ์ ธุรกิจเอกชนขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) มีบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE)  ส่วนองค์กรทางด้านสังคมก็มีมากมายเช่น องค์กรชุมชนประเภทต่างๆ สภาองค์กรชุมชนตำบล กองทุนสุขภาพตำบล เครือข่ายป่าชุมชน ฯลฯ .

จากการใช้หลักประชาธิปไตยและการพึ่งตนเองของชาวบ้านตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ บ้านดอกบัวและตำบลบ้านตุ่น จึงได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจจำนวนมาก ทั้งจากระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับจังหวัด.

นพ.พลเดช  ปิ่นประทีป / 2 มิ.ย. 2564