เรื่องเล่าจากหลังคาโลก โดย หมอพลเดช
ธรรมชาติที่น่าประหลาดในอย่างหนึ่งของที่นี่ คือ น้ำในแม่น้ำลำธารต่างใสสะอาดและมีสีเขียวมรกตเหมือนๆกันไปเสียทั้งหมด จนมาถึงทะเลสาบอย่างที่กล่าว ต้นน้ำเกือบทั้งหมดมาจากแหล่งหิมะบนยอดเขาที่ละลายตัว ไหลเลาะลงมาจากที่สูงสู่ที่ต่ำ
เทือกเขาหิมาลัยเป็นแนวยาว ขึงจากตะวันตกไปตะวันออก กั้นระหว่างพื้นที่ประเทศจีนและที่ราบสูงทิเบตทางตอนเหนือ กับ ประเทศปากีสถาน ภูฏาน เนปาล อินเดีย บังคลาเทศ และพม่า ที่อยู่ทางด้านใต้
ต้นกำเนิดของแม่น้ำลำธารในทิเบต ล้วนเริ่มมาจากธารน้ำแข็งบนที่ราบสูงทิเบต จนกลายเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำสายใหญ่ในเอเชียหลายสาย เช่น แม่น้ำยาร์ลุงจังโป (แม่น้ำพรหมบุตร) ซึ่งมีต้นธารที่ธารน้ำแข็งอังซี และแม่น้ำนู (สาละวิน) ซึ่งมีต้นธารที่เทือกเขาตังกู่ลา ที่ราบสูงทิเบตจึงได้รับฉายาว่า “ขั้วโลกที่สาม” เนื่องจากมีแหล่งน้ำจืดสำรองขนาดใหญ่
จุดกำเนิดแม่น้ำโลก
แม่น้ำยาร์ลุงจังโป (แม่น้ำพรหมบุตร):
มีต้นธารอยู่ที่ธารน้ำแข็งอังซีในทิเบต ไหลผ่านทิเบต โกรกธารยาร์ลุงจังโป ก่อนเข้าสู่ประเทศอินเดียและกลายเป็นแม่น้ำพรหมบุตร
แม่น้ำนู (แม่น้ำสาละวิน):
ไหลมาจากธารน้ำแข็งบริเวณเทือกเขาตังกู่ลา ทางตอนใต้ของทิเบต ผ่านยูนนาน เข้าสู่เมียชนมาร์ และลงสู่มหาสมุทรอินเดีย
แม่น้ำสายอื่นๆ:
ยังมีแม่น้ำสำคัญอื่นๆ เช่น แม่น้ำสินธุ แม่น้ำโขง แม่น้ำเหลือง และแม่น้ำแยงซี ที่ราบสูงทิเบตจึงถูกขนานนามอีกอย่างหนึ่งว่า”หอเก็บน้ำ” ของเอเชีย
ที่ราบสูงทิเบตมีธารน้ำแข็งนับหมื่นแห่งและลักษณะทางภูมิศาสตร์อื่นๆ ที่ทำหน้าที่กักเก็บน้ำและรักษาการไหลของแม่น้ำในภูมิภาคต่างๆ ทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกที่สำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพของจีน
ภูเขา-ร่องน้ำ บนหลังคาโลก
บริเวณต้นแม่น้ำส่วนที่อยู่ในพื้นที่ที่ราบสูงทิเบต และประเทศจีน อยู่ในบริเวณที่ราบแคบๆระหว่างภูเขาที่สูงชัน ท้องแม่น้ำและสองฟากฝั่งของลุ่มน้ำ เต็มไปด้วยหินกรวดก้อนกลมเกลี้ยงและดินทรายอันเกิดจากกระบวนการธรณีวิทยา
น้ำที่ไหลเรื่อยลงมาจึงถูกกรองตามธรรมชาติ จนใสสะอาด ลักษณะนี้เป็นแบบแบบเดียวกับต้นน้ำลำธารในแถบเทือกเขาแอลป์ของยุโรป ที่นี่จึงได้ชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า“สวิสเซอร์แลนด์แห่งประเทศจีน”
คณะของเรา นั่งรถไปบนถนนตามฝั่งแม่น้ำเชมายุงดุง ซึ่งละลายลงมาจากธารน้ำแข็งที่ปกคลุมเนินเขาหิมาลัย ไหลเลาะตามซอกเขาลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นแม่น้ำยาร์ลุงจังโป เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำพรหมบุตรและยมุนาในประเทศบังคลาเทศ ก่อนไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดียที่บริเวณอ่าวเบงกอล
ในช่วงต้นจากเมืองหนิงจือ ลักษณะภูเขาสูงชัน ป่าสนเขียวขจี สลับกับทุ่งหญ้า จากยอดเขาลงสู่ฝั่งแม่น้ำที่อยู่เบื้องล่าง ชาวบ้านเลี้ยงจามรี(yaks)แกะ วัว และม้าเป็นปศุสัตว์พื้นถิ่น ที่นี่ไม่มีควายแบบบ้านเรา เพราะเป็นพื้นที่ที่สูงอยู่สูงมาก
พอรถบัสผ่านวิ่งผ่านแนวเขาสูงก่อนเข้าสู่เขตพื้นที่จังหวัดลาซา ลักษณะภูเขาเปลี่ยนเป็นเขาหินที่สูงชั้น ไม่มีต้นไม่ ไม่มีทุ่งหญ้า แต่ในลำธารข้างล่างยังคงมีน้ำที่ละลายจากหิมะบนยอดเขา มีสีเขียวมรกตเช่นเดียวกัน
บริเวณลาซา เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำที่กว้างใหญ่ มีแม่น้ำยาร์ลูจังโปไหลผ่านกลาง คดเคี้ยวไปมา เป็นแม่น้ำตื้นแต่มีขนาดที่กว้างมาก ไม่สามารถใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำ มีที่ราบสองฝั่งเป็นเหมือนป่าบุ่งป่าทามแบบอีสานบ้านเรา ชาวบ้านใช้ปลูกข้าวสาลี ปลูกผักผลไม้ และเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ มีระบบชลประทานเล็กๆผันน้ำทำการเกษตรให้แลเห็น
แม่น้ำยาร์ลูจังโป ถูกบีบให้แคบลงเป็นโกรกผาที่เชี่ยวกรากและมีความลึกมาก ในช่วงที่ไหลผ่านช่องเขาไปสู่ดินแดนอินเดียและบังคลาเทศ กลายเป็นแม่น้ำพรหมบุตร ปริมาณน้ำที่อุดมสมบูรณ์มากเหล่านี้ ด้านหนึ่งหล่อเลี้ยงการเกษตรกรรมของบังคลาเทศ แต่อีกด้านหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดมหาอุทกภัยที่สร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินชาวบังคลาเทศเกือบทุกปี
ในเรื่องนี้เอง จีนจึงมีแผนในการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ 5 แห่งในพื้นที่ของจีน บริเวณที่ราบสูงทิเบต ด้านหนึ่งเป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในจีนและป้องกันอุทกภัยแก่บังคลาเทศ แต่อีกด้านหนึ่งนักสิ่งแวดล้อมและนักสิทธิมนุษยชนของฝ่ายตะวันตกพากันตั้งท่าคัดค้าน
อีกข้อสังเกตุหนึ่งที่น่าสนใจ คือบนฝั่งเขาสูงทั้งสองฟากฝั่งของแม่น้ำ โดยทั่วไปเต็มไปด้วยผาหินที่แห้งแล้ง ไม่มีต้นไม้ใดสามารถยังรากลงไปได้ ไม่มีแม้แต่ผืนหญ้าปกคลุม แต่รัฐบาลจีนก็ยังไม่ละความพยายาม เขาใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการปลูกพืชในทะเลทรายมาปรับประยุกต์ เจาะภูเขาหิน วางท่อส่งน้ำเพื่อเติมความชุ่มชื้น และปลูกพืชที่ทนแล้งด้วยเทคโนโลยี
ส่งผลทำให้พื้นที่ภูเขาหลายแห่งในเขตทดลอง รวมทั้งบริเวณถนนสองข้างทางที่ไปสนามบินลาซา มีบางแห่งเริ่มเห็นพื้นที่หญ้าสีเขียวและต้นไม้เล็กๆที่เกิดจากโครงการปลูกป่า ปรากฏขึ้นแล้ว



