รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 19) “ผลกระทบชุมชนจากโครงการ EEC ปี 2562”

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกโครงการ EEC

วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 อย่างเป็นทางการ  กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย สาระสำคัญคือการกำหนดพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวมถึงพื้นที่อื่นใดที่จะกำหนดเพิ่มเติม ให้เป็น “เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” โดยให้อำนาจในการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจที่สำคัญ รวมศูนย์อยู่ที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายฯมีเลขาธิการเป็นผู้มีบทบาทในการใช้อำนาจสำคัญในหลายเรื่อง

การดำเนินงานจะเริ่มต้นจากการจัดทำแผนนโยบาย แผนภาพรวม ตลอดจนแผนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย สำนักงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคให้เป็นไปตามแผนข้างต้น

เมื่อแผนผังดังกล่าวได้รับการอนุมัติแล้วย่อมผูกพันหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องที่จะต้องปฏิบัติตาม มีผลให้ผังเมืองที่ใช้บังคับอยู่ในพื้นที่อยู่ก่อนแล้วถูกยกเลิกไป กรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องจัดทำผังเมืองใหม่ให้สอดคล้องกับแผนผังนั้น กระบวนการเหล่านี้มีลักษณะเป็นการกำหนดจากบนลงล่าง มักขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้มีการประเมินผลงานของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)ชี้ว่ามีผลการดำเนินการที่ปรากฏเป็นรูปธรรม ได้แก่

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1,โครงการสนามบินอู่ตะเภา และท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 

การดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยสามารถทำให้เกิดเม็ดเงินลงทุนได้พอสมควร กล่าวคือในช่วงปี 2558-2561 มีมูลค่าการลงทุนของโครงการที่ได้รับอนุมัติการลงทุนรวม 1.014 ล้านล้านบาทในพื้นที่ EEC และ 1.110 ล้านล้านบาทในอุตสาหกรรมเป้าหมาย   

การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายส่วนใหญ่ยังคงเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมเดิมที่มีฐานอยู่ก่อน ได้แก่ ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (20%) ยานยนต์และชิ้นส่วน (9%) การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (8%) เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (7%)  

การกำหนดมาตรการดึงดูดแรงงานทักษะสูงจากต่างชาติเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะมาตรการ “สมาร์ท วีซ่า” และการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราร้อยละ 17 จากแรงงานทักษะสูงที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ซึ่งอาจช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะสูงบางส่วนได้ในระยะเวลาสั้น

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เป้าหมายที่ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก คือการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในการกำหนดนโยบาย ขาดการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส และปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดกับชุมชนเพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากที่ดินและการจัดทำผังเมือง ซึ่งจะทำให้ประโยชน์จากการพัฒนาไม่กระจุกตัวอยู่ในวงแคบ ไม่เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และผลกระทบในด้านลบต่อประชาชนในพื้นที่

ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ

โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องมีความมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไปด้วยความรอบคอบระมัดระวังเพื่อเป็นหลักประกันในความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการนโยบายและสำนักงานอีอีซี ผู้มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง

การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งรวมถึงนักลงทุนต่างชาติ สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือห้องชุดเพื่อประกอบการหรืออยู่อาศัย การเช่าที่ดินในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจได้สูงสุด 99 ปี การนำคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร การได้รับยกเว้นภาษีหรือลดหย่อนภาษี การทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการได้รับยกเว้นเงื่อนไขตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ

เหล่านี้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการ “ลด แลก แจก แถม” ให้แก่นักลงทุนจนอาจกระทบต่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนในภาพรวมได้

กฎหมายนี้ยังได้โอนอำนาจตามกฎหมายอีกหลายฉบับมาให้คณะกรรมการนโยบาย เลขาธิการ หรือสำนักงานเป็นผู้ใช้แทน  เช่น อำนาจในการใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การใช้ที่ราชพัสดุ การพิจารณาอนุญาต อนุมัติ ให้สิทธิหรือให้สัมปทานตามกฎหมาย 6 ฉบับ รวมถึงกำหนดมาตรการพิเศษในการดำเนินการตามกฎหมายบางเรื่อง เช่น มาตรการพิเศษเพื่อให้การพิจารณา EIA หรือ EHIA ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างรวดเร็ว หรือ ให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายพิจารณาการร่วมลงทุนได้เอง โดยไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุน

แม้นโยบายอีอีซีจะมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่จะต้องไม่ลดทอนความสำคัญของเป้าหมายในด้านอื่นลง ควรคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนท้องถิ่น การกระจายบทบาทและอำนาจหน้าที่ให้แก่ท้องถิ่น มุ่งสรรค์สร้างแนวทางการพัฒนาที่สมดุลให้เป็นแบบอย่าง.

นพ.พลเดช  ปิ่นประทีป / 23 สิงหาคม 2563